นเซี่ยฉีก็แสดงออกว่าไม่พอใจเป็นอย่างมาก
นางตามตื๊อเสียจนพวกเขาจนหนทาง เย่เฉินจึงทำได้เพียงขอให้มู่เฉียนซีช่วย
ไม่มีทางเลือกใด เหยียนเซี่ยฉีนั้นฟังเสียงของตนเองมาโดยตลอด
มู่เฉียนซีมองไปยังเหยียนเซี่ยฉีแล้วกล่าว “ในครั้งนี้อันตรายกว่าเมื่อครั้งที่ไปเข้าร่วมการประมูลนัก ดังนั้นแล้วเซี่ยฉี เจ้าอยู่ที่บ้านจะเป็นการดีกว่า เพื่อที่จะไม่ให้เย่เฉินและท่านเจ้าเมืองเหยียนเกิดความฟุ้งซ่านขึ้นมา”
เมื่อได้ยินมู่เฉียนซีกล่าวว่าอันตราย เหยียนเซี่ยฉีก็อดที่จะกังวลใจไม่ได้
มู่เฉียนซีกล่าว “พวกเราไม่เป็นอะไรหรอก เจ้าอยู่ที่เมืองเหยียนดี ๆ รอพวกเรากลับมาก็พอแล้ว”
เหยียนเซี่ยฉีกล่าว “เฉียนซีเจ้าจะหลอกข้าไม่ได้”
“ไม่หรอก!”
มู่เฉียนซีได้ปลอบประโลมให้เหยียนเซี่ยฉีสงบลงมาได้อย่างง่ายดาย ทำให้เย่เฉินกับเจ้าเมืองเหยียนรู้สึกจนพูดอะไรไม่ออกยิ่งนัก
สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภาสีดำสนิทตัวหนึ่งปรากฏตัวขึ้นในอากาศ มู่เฉียนซีกล่าว “พวกเราออกเดินทางกันเถอะ!”
ในคราวนี้ได้เปลี่ยนเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามตัวหนึ่ง แน่นอนว่าความเร็วของมันนั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก มันบินทะลุผ่านชั้นเมฆาไปไม่นานนักพวกเขาก็ได้มองเห็นเมืองซีเจว๋ที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางเบื้องล่างของพวกเขา
จากนั้นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภาก็ได้บินร่อนลงพื้นอย่างรวดเร็ว ทหารรักษาการณ์ที่ประตูทางเข้านั้นสังเกตเห็นพวกเขาเข้าแล้วเช่นกัน
“สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภาระดับสา