มู่เฉียนซีรู้ว่ากู้ไป๋อีโกรธจริง ๆ เข้าแล้ว จึงยิ้มแล้วกล่าว “เอาล่ะ ไม่แหย่เจ้าแล้ว ตามข้ามา”
กู้ไป๋อีนึกว่ามู่เฉียนซียอมแพ้แล้ว แต่นึกไม่ถึงว่านางจะหาโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว แถมยังจองห้องเรียบร้อยเสร็จสรรพ จากนั้นก็ให้เขารออยู่ที่ด้านนอก
ไม่นานนักมู่เฉียนซีก็เปิดประตูห้องออกมา แต่ผู้ที่เดินออกมานั้นมิใช่สตรีที่มีรูปโฉมงดงามอย่างที่สุด แต่กลับเป็นเด็กหนุ่มผู้หล่อเหลาไม่เหมือนใคร
รูปลักษณ์ของนางเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก แต่ไฉนเลยที่กู้ไป๋อีจะจดจำนางไม่ได้
“คุณหนูใหญ่ นี่…”
มู่เฉียนซีหยิบเอาพัดพับออกมาเล่มหนึ่ง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นแล้วกล่าวด้วยความหล่อเหลา “ไป๋อี ตอนนี้เจ้าต้องเรียกข้าว่าคุณชายแล้ว!”
ใบหน้าที่ดูเย็นชาของกู้ไป๋อีในบัดนี้ได้มีสีสันมากขึ้นมาแล้ว
เขาพลันมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีอย่างหนึ่ง เขามองที่มู่เฉียนซีอย่างตกตะลึงแล้วกล่าว “คุณชาย ท่าน…ท่านปลอมเป็นชายเช่นนี้ คงมิได้คิดที่จะ…”
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าไม่ยินยอมที่จะไปนี่นาเสี่ยวไป๋ เช่นนั้นข้าจึงทำได้เพียงต้องเสียสละตนเองแล้ว”
“คุณหนูใหญ่ก็มิได้ชอบสตรีเพศ เหตุจึงต้องไปร่วมสนุกด้วยเล่า?”
แววตาของมู่เฉียนซีมืดครึ้มลง ก่อนจะกล่าว “ที่ตัวของคุณหนูใหญ่แห่งจวนเจ้าเมืองผู้นั้นมีกลิ่นอายของพิษที่ข้าคุ้นเคย หากต้องการที่จะเข้าไปใกล้นาง แน่นอนว่าจะต้องเอาชนะการประลองหาคู่ในครั้งนี้”
กู้ไป๋อีตะลึงค้าง “สำนักขวางโซ่ว?”
“ยังมิอาจแ