น่ใจได้อย่างแน่ชัด ไปลองดูเดี๋ยวก็รู้” จากนั้นมู่เฉียนซีก็ก้าวเดินออกไป
“คุณหนูใหญ่ ถ้าหากว่าเป็นเพราะจะต้องไปสืบหาความจริง ให้ข้าไปเสียก็ได้แล้ว”
ถึงแม้ว่าเขาไม่อยากที่จะไปเข้าร่วมการประลองหาคู่ของหญิงสาวแปลกหน้าผู้หนึ่ง แต่จะอย่างไรเสียเขาก็มิอาจปล่อยนางที่เป็นเด็กสาวไปเพียงตัวคนเดียวได้
“เมื่อครู่เจ้าต่อต้านเสียเช่นนั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องฝืนตนเองและทำให้สำเร็จเพื่อข้าหรอก! อย่างไรเสียข้าก็เป็นสตรีนางหนึ่ง เข้าร่วมแล้วก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่โตอะไรนัก แต่เจ้านั้นเป็นบุรุษที่แท้จริง ถ้าหากว่าคุณหนูใหญ่ผู้นั้นพัวพันตอแยเจ้าแล้วเจ้าจะทำเช่นไร?”
เมื่อเงาร่างสีม่วงเคลื่อนไหวออกไปอย่างรวดเร็ว มู่เฉียนซีก็ได้ไปถึงตรงที่เวทีประลองแล้ว กู้ไป๋อีอยากที่จะหยุดยั้งนางแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
“เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงมิให้แหวกหญ้าให้งูตื่น เสี่ยวไป๋เจ้าจงแสร้งเป็นไม่รู้จักข้าเป็นการชั่วคราว จงมองดูข้าสยบคู่ต่อสู้ทั้งใต้หล้าแล้วอุ้มสาวงามกลับมานะ!” มู่เฉียนซีกล่าวเชิงหยอกล้อขบขัน
เมื่อมู่เฉียนซีกลับไปถึงตรงบริเวณเวทีประลอง บนเวทีนั้นได้ต่อสู้กันไปหลายรอบแล้ว มู่เฉียนซีตัดสินใจที่จะรอดูความเป็นไปก่อน
บัดนี้ชายผู้มีมัดกล้ามเนื้อที่อายุราวสามสิบปีได้ต่อสู้ชนะต่อเนื่องมาแล้วทั้งสิ้นเจ็ดรอบ
เขาลงมืออย่างโหดเหี้ยม ล้วนแล้วแต่ทำเอาคู่ต่อสู้บาดเจ็บอย่างหนัก
ในตอนนี้ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะขึ้นไปท้าประลองกับเขาแล้ว ใ