นตอนนี้เองเงาร่างสีม่วงก็ได้กระโดดขึ้นไปยังบนเวทีประลองแล้วกล่าว “ข้าน้อยมู่ซี ขอท้าประลองกับท่าน”
เป็นเด็กหนุ่มผู้ที่หล่อเหลาไม่เหมือนใครผู้หนึ่ง ร่างกายนั้นบอบบางอีกทั้งยังไม่ค่อยจะสูงสักเท่าไร เมื่อดูแล้วอายุก็ยังไม่เยอะเท่าไรเช่นกัน
ซุนกางหัวเราะ “ฮ่า ฮ่า! ไอ้หนู เจ้ากล้าที่จะท้าประลองกับข้า? ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่เลยกระมัง! แต่กลับคิดเรื่องแต่งภรรยาเสียแล้ว”
มู่เฉียนซีได้นำกระบี่ยาวธรรมดาเล่มหนึ่งออกมา มู่เฉียนซีกล่าวอย่างทะนงตน “ข้าจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วหรือไม่นั้นก็ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ธุระอะไรของท่าน หากคิดที่จะล้มท่าน กระบวนกระบี่ของข้าเพียงท่าเดียวก็เพียงพอแล้ว!”
“คุยโวแต่กลับไม่เขียนร่างคำพูดดูเสียหน่อย!”
ซุนกางเหวี่ยงกำปั้นออกไปแต่ยังไม่ทันที่จะรอให้เขาได้ลงมือ มู่เฉียนซีก็ได้หายไปจากเบื้องหน้าของเขาแล้ว
ซึบ ซึบ ซึบ! ทันทีที่แสงของกระบี่สาดส่องบนร่างของซุนกางก็พลันปรากฏร่องรอยโลหิตขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ
ทุกคนในที่นั้นล้วนแต่ไม่อาจมองเห็นได้อย่างแน่ชัดว่ามู่เฉียนซีได้ออกกระบวนท่าไปอย่างไร แต่ซุนกางก็ได้รับบาดเจ็บเสียแล้ว
จากนั้นมู่เฉียนซีได้ถีบเท้าออกไป ซุนกางได้ลอยลงไปจากเวทีทั้งตัว
แม้แต่ระดับของมู่เฉียนซีพวกเขาก็ยังไม่รู้แน่ชัด แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถแน่ใจได้ก็คือการโจมตีเมื่อครู่นี้แฝงไปด้วยพลังลมปราณ เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ผู้หนึ่ง
เจ้าเมืองเทียนอวิ่น จูเก่อหยางกล่าว “เด็กหนุ่มผู้น