ตัวเองทิ้งเสียละก็ เช่นนั้นเราจะได้ไม่คุ้มเสีย”
มู่เฉียนซีได้หยิบเอากุญแจเทพเผ่ามังกรมาที่นาง ในชั่วเวลาที่นางหยิบเอากุญแจเทพเผ่ามังกรนั้นมาก็สัมผัสได้ถึงมิติอีกมิติหนึ่งของกุญแจเทพเผ่ามังกร
ภายในมิตินั้นกองพะเนินไปด้วยสมบัติล้ำค่านานาชนิด มู่เฉียนซีเบิกตากว้างโพลง นี่มันมากเกินไปแล้วกระมัง!
รวยแล้ว!
บิดาของนางก็ได้ทิ้งสมบัติเอาไว้ให้นางเป็นจำนวนมิใช่น้อย แต่เมื่อเทียบกับสิ่งเหล่านี้ที่อยู่ในมิติของกุญแจเทพเผ่ามังกร เห็นได้ชัดเลยว่ามันน้อยกว่ากันมากนัก
ว่ากันว่าเผ่ามังกรชอบเก็บสะสมสมบัติ มันจริงอย่างที่คิดเอาไว้ เกรงว่าสิ่งของเหล่านี้คงจะเป็นของสะสมที่ใช้เวลาสะสมมาชั่วชีวิตของมังกรดำกระมัง!
นึกไม่ถึงเลยว่ามันมิเพียงแต่มอบกุญแจเทพเผ่ามังกรให้แก่นาง แต่ยังมาพร้อมด้วยของกำนันชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่ง
มู่เฉียนซีมองไปทางจิ่วเยี่ยแล้วกล่าว “ในเมื่อกุญแจเทพเผ่ามังกรยอมรับแต่ข้า เช่นนั้นก็ให้มันอยู่กับข้า ทันทีที่เจ้าพบที่อยู่ของเผ่ามังกรแล้วก็อย่าลืมบอกกับข้า”
“ได้!”
จะอย่างไรก็จะให้ของที่ยากเย็นยิ่งนักกว่าจะได้มาทำลายตัวเองทิ้งเสียไม่ได้ แต่พอเมื่อนึกถึงเรื่องที่จะพามู่เฉียนซีไปยังเผ่ามังกร ดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกของจิ่วเยี่ยก็หม่นหมองลง…
“จิ่วเยี่ย เจ้าคงมิได้เจ็บกระเพาะกระมัง?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
พิษสงจากอาหารอันดำมืดของท่านปู่ตงหวงก็น่ากลัวเกินไปยิ่งนัก
จิ่วเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วตอบ “ซี ข