้าไม่สบายตัวยิ่งนัก!”
โอสถชนิดช่วยย่อยอาหารนานาชนิดได้ถูกมู่เฉียนซีนำออกมา นางกล่าวกับจิ่วเยี่ย “รีบกินยาน้ำพวกนี้เข้าไปเร็ว คงจะทำให้สบาย…อื้อ…”
ยังไม่ทันที่นางจะกล่าวจบประโยค ปรากฏว่านางก็ได้ถูกจิ่วเยี่ยอุดริมฝีปากเอาไว้
หลังจากได้ชิมนางเข้าไปหนึ่งคำ จิ่วเยี่ยกล่าว “ยานั้นไม่จำเป็น ขอแค่เพียงซีก็พอแล้ว”
“เจ้า…”
การห่วงที่เจ้าหมอนี่จะกินอาหารเข้าไปแล้วท้องไส้มีปัญหานั้นเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นจริง ๆ นี่เป็นการส่งตนเองไปให้ถึงปากเขาเสียอย่างนั้น
“พรุ่งนี้ข้ายังต้องปรุงยาอีก!”
หลังจากที่มู่เฉียนซีได้ต่อต้านอย่างจริงจังไปอยู่หลายครั้ง ในที่สุดจิ่วเยี่ยก็ได้เลิกราไป นั่นจึงทำให้นางไม่ถึงกับลุกไม่ขึ้นในวันถัดมา
วันรุ่งขึ้นมู่เฉียนซีได้ขอห้องที่มีพื้นที่ว่างห้องหนึ่งกับเถ้าแก่โรงเตี๊ยมและได้เริ่มปรุงยา การได้สมุนไพรขั้นสวรรค์มานั้น ในตอนนี้สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ไม่น้อยเลย
หลังจากที่มู่เฉียนซีได้เตรียมทุกอย่างจนพร้อมสรรพแล้วก็ได้ไปหาท่านปู่ตงหวง
พ่อครัวใหญ่ยิ้มแล้วกล่าว “เจ้าหนู เจ้ามาแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าว “ท่านปู่ตงหวง ท่านนั่งให้ดี”
หลังจากที่เขานั่งลงราวกับเป็นเด็กทารกผู้หนึ่ง มู่เฉียนซีนำเข็มยาขึ้นมาแล้วฉีดยาให้แก่เขา
ถึงแม้ว่าสิ่งนี้จะแปลกประหลาด แต่เขาก็กลับไม่ได้หลบหลีกมันไป
ไม่นานนักเขาก็รู้สึกได้ถึงของเหลวที่ให้ความรู้สึกเย็นไหลเวียนเข้าไปในร่างกายของเขา ความชุ่มชื้นเข้าไปหล่อ