็รู้สึกเห็นอกเห็นใจหนุ่มสาวที่พ่อครัวรู้จักเช่นกัน ก็ใครใช้ให้พ่อครัวของเขารู้สึกดีอกดีใจถึงเพียงนี้กันเล่า
เมื่อเห็นอาหารเหล่านี้ สีหน้าของกู้ไป๋อีกับมู่เฉียนซีพลันเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก
จะมีก็เพียงแค่ผู้ที่ยังไม่เคยลองลิ้มรสฝีมือพ่อครัวอย่างจิ่วเยี่ยเท่านั้นที่ยังคงสงบนิ่งอยู่เฉกเช่นเดิม
หลังจากที่อาหารได้วางเต็มโต๊ะ พ่อครัวก็รีบเดินมาด้วยความบุ่มบ่าม
เขายิ้มพลางกล่าว “ซีเอ๋อร์ รีบกินสิ อาหารเหล่านี้ล้วนแต่เป็นอาหารที่ข้าถนัดที่สุดและดีที่สุดเลยนะ เจ้าลองชิมดูสิว่าชอบหรือไม่”
พ่อครัวช่างกระตือรือร้นในความเป็นความตายเสียจริง เขามองกู้ไป๋อีและกล่าวว่า “เจ้าชื่อไป๋อีใช่หรือไม่ ชื่อจำง่ายดีจริง รีบนั่ง ๆ เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด”
ผู้ที่เย็นชามาโดยตลอดอย่างกู้ไป๋อี ในตอนนี้สีหน้าของเขากลับแข็งทื่อไปเสียแล้ว มู่เฉียนซีกล่าว “เสี่ยวไป๋ นั่งสิ!”
มีสหายมาช่วยแบ่งเบาภาระอาหารดำไหม้เหล่านี้ ความทุกข์ตรมของนางก็จะน้อยลง
นางรู้สึกเสียใจทีหลังเสียแล้วสิ เสียใจจริง ๆ ที่เรียกพ่อครัวอาหารดำไหม้นี่ว่าปู่
ไม่ทันได้ตั้งตัวจู่ ๆ ก็ยกอาหารดำไหม้มาแล้ว ช่างเจ็บปวดใจยิ่งนัก
“ซีเอ๋อร์ อันนี้ให้เจ้า”
“เจ้าลองชิมนี่ดูสิ”
“……”
พ่อครัวช่างมีน้ำจิตน้ำใจยิ่งนัก อีกทั้งยังใจดีกับมู่เฉียนซีอีกด้วย มิเช่นนั้นมู่เฉียนซีอาจจะสงสัยก็ได้ว่าเขาจงใจ
เมื่อเห็นอาหารที่อยู่ตรงหน้า สีหน้าของมู่เฉียนซีก็ซีดเผือด นางยอมเผชิญหน้า