กับหลงฉือเป็นร้อย ๆ คนแทนที่จะเผชิญหน้ากับอาหารดำไหม้นี่
“ซีเอ๋อร์ เป็นอันใดไปล่ะ?”
มู่เฉียนซีปฏิเสธต่อความกระตือรือร้นและไมตรีจิตของชายชราผู้นี้ไม่ได้จริง ๆ นางกล่าว “ไม่มีอันใดหรอก ทุกคนกินกันเถอะ! เสี่ยวไป๋ จิ่วเยี่ย…”
อืม! ต่อให้ต้องตกนรก นางก็จะลากพวกเขาทั้งสองลงไปด้วย
มู่เฉียนซีคิดว่าครั้งนี้ท่านปู่ตงหวงตั้งใจทำมัน ไม่ใช่ทำลวก ๆ อย่างเช่นที่ทำให้แขกคนอื่น ๆ รสชาติคงจะไม่เลว
ทว่า นางคิดผิดแล้ว ผิดที่ไร้เหตุผลเกินไปแล้ว
เหมือนเดิม…กลืนยากเหมือนเดิม
มู่เฉียนซีกัดเข้าไปคำหนึ่ง สีหน้าของนางก็เขียวคล้ำขึ้นทันที นางไร้ซึ่งความกล้าที่จะกินต่อไปแล้ว
ทว่า หากไม่กินต่อ มันก็จะดูเสียมารยาท และยังทำให้ปู่ตงหวงเสียความรู้สึกเอาได้
จิ่วเยี่ยคว้ามือของมู่เฉียนซีพลางกล่าว “ซี ป้อนข้า”
มือของนางเปลี่ยนทิศทันที และอาหารดำไหม้นั่นก็อยู่ข้างปากจิ่วเยี่ย
ดวงตาของมู่เฉียนซีเบิกกว้างด้วยความตกใจ “อันนี้…อันนี้ข้ากินแล้ว”
“ไม่เป็นไร ข้าไม่ถือ!” เขาจับมือของนาง และป้อนอาหารชิ้นนั้นเข้าปาก
พ่อครัวได้เห็นภาพนี้ เมื่อเห็นหนุ่มสาวแสดงท่าทางสนิทชิดเชื้อกันเช่นนี้เขาก็ยิ้มและหัวเราะชอบใจขึ้น วัยหนุ่มสาวช่างรู้จักเล่นจริง ๆ!
กู้ไป๋อีกำตะเกียบแน่น ในใจรู้สึกหดหู่ และไม่ว่าอาหารตรงหน้าจะอร่อยหรือไม่ เขาก็คีบเข้าปากอย่างไม่สนใจ
จิ่วเยี่ยสวมหน้ากากบดบังใบหน้า ทำให้มู่เฉียนซีดูไม่ออกว่าหลังจากที่กินอาหารดำไหม้นี้