ไม่ต้องแล้ว!”
กว่าจะจัดการอาหารเหล่านี้ไปได้นั้นช่างยากเย็นนัก หากเอาเพิ่มมาอีกมีหวังต้องตายเป็นแน่!
จิ่วเยี่ยลุกยืนแล้วอุ้มมู่เฉียนซีขึ้น “ซีป้อนให้ข้าอิ่ม ก็พอแล้ว”
ครั้นแล้วจิ่วเยี่ยก็อุ้มมู่เฉียนซีไปให้ห่างจากพ่อครัวผู้ที่ชอบยกอาหารดำไหม้แสนอันตรายผู้นั้น อีกทั้งยังทิ้งวาจาที่ทำให้ผู้คนจินตนาการไปไกลอีก
แกร่ก! กู้ไป๋อีออกแรงมือบีบตะเกียบในมือจนหัก
พ่อครัวรีบตามไปพลางกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “เจ้าหนู ถึงแม้ว่าซีเอ๋อร์จะเป็นคู่หมั้นคู่หมายของเจ้า แต่เจ้าก็ไม่ควรเอาเปรียบซีเอ๋อร์เช่นนี้ ข้าจะฆ่าเจ้า!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ท่านปู่ตงหวง ท่านวางใจเถอะ ข้าจะฆ่าเขาด้วยตัวข้าเอง”
แสงสลัววาบผ่านดวงตาของกู้ไป๋อี นางสนใจเพียงแค่หวงจิ่วเยี่ยเท่านั้น ส่วนเขา…
เขาไม่มีทางที่จะแย่งนางกลับมาได้ เขาทำได้เพียงแค่ใช้เวลาที่เหลือนี้อยู่ข้างกายนางให้ดีที่สุด ก็เพียงพอแล้ว
และตอนนี้ภายในห้องก็เหลือแค่กู้ไป๋อีกับพ่อครัวเพียงสองคนเท่านั้น พ่อครัวกล่าวขึ้นว่า “ถึงแม้เจ้าจะไม่ใช่เป่ยกงจั๋ว แต่เจ้าก็คงจะเป็นคนตระกูลเป่ยกงเป็นแน่! ชอบหลานสาวอันเป็นที่รักของข้า ดูท่าเจ้าคงลำบากแล้ว”
กู้ไป๋อีตกใจสะดุ้งเล็กน้อย “ท่านจำผิดแล้ว ข้าน้อยไม่ใช่คนที่ท่านกล่าวถึง!”
“ข้ามีชีวิตมาปูนนี้แล้ว จะจำผิดหรือไม่นั้น เจ้ารู้ดีอยู่แก่ใจ”
“แต่ข้าก็ไม่ใช่คนหัวโบราณคร่ำครึอันใด ขอเพียงแค่เจ้าไม่ทำร้ายหลานสาวของข้า ต่อให้เจ้าเป็นค