เป็นไร ข้าคงไม่ตายเร็วปานนั้นหรอก”
จิ่วเยี่ยดึงมู่ฉียนซีกลับมาอยู่ในอ้อมแขนของเขา หากเป็นเขา เขาก็คงจะทนเห็นซีเจ็บปวดทรมานเช่นนั้นไม่ได้เหมือนกัน
“หากไม่ใช่เพราะว่าสังขารของข้าไม่ไหวแล้วก็ละก็ ข้าก็คงจะเข้าไปในเมืองเฮยตูแล้วล่ะ คงจะไม่เฝ้ารอโชคลาภมาเยือนอยู่ที่นี่เช่นนี้”
มู่เฉียนซีมองเขาและกล่าวว่า “ต่อให้ท่านจะเป็นศัตรูคู่แค้นกับท่านพ่อผู้ที่ไม่ได้เรื่องของข้า แต่ท่านก็ไม่มีเจตนาคิดจะแย่งชิงกุญแจเทพเผ่ามังกรไปจากพวกเรา เช่นนั้นข้าก็จะช่วยทำให้ร่างกายของท่านแข็งแรงขึ้นมาสักหน่อยก็แล้วกัน”
คนผู้นี้เพื่อควบคุมคำสาปจึงทำซี้ซั้วหรือบ้าคลั่งไปเล็กน้อย แต่หากคิดจะฟื้นฟูมาทั้งหมดนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“ท่านพ่อผู้ไม่ได้เรื่อง? นี่เจ้ากล้าว่าเฟิงอวิ๋นเช่นนี้เลยเหรอ!” พ่อครัวกล่าวพลางหัวเราะ
“หากไม่ใช่ไม่ได้เรื่องแล้วจะเป็นสิ่งใดไปได้ล่ะ ทิ้งเรื่องยุ่ง ๆ เอาไว้ให้ข้าแล้วหนีไปเช่นนั้น คนที่ไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้เรียกว่าคนไม่ได้เรื่องก็นับว่าเกรงใจมากแล้ว”
พ่อครัวเอามือแตะจมูกพลางยิ้มหน้าเหยเก “บางทีเฟิงอวิ๋นอาจจะมีเรื่องลำบากใจหรือว่าอึดอัดใจก็ได้นะ”
มู่เฉียนซีหาได้ใส่ใจไม่ ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าช่วยตรวจร่างกายให้ท่านได้ ท่านจะยอมให้ข้าตรวจหรือไม่?”
พ่อครัวกล่าว “หากสามารถทำให้ข้ามีชีวิตอยู่ต่อได้อีกหลายปี ข้าจะปฏิเสธได้เช่นไรกันเล่า”
พลั่ก!
ในตอนนี้เอง ประตูก็ถูกผลักออก และกู้ไป๋อีก็เดินเข้