ตรายเป็นอย่างมากจริง ๆ
มู่เฉียนซีคว้าข้อแขนของเขาเอาไว้แล้วกัดเข้าไปคำหนึ่งจากนั้นก็กล่าว “เจ้าดุข้า!”
รสชาติหวานระคนคาวได้ส่งเข้าไปในปากของนาง
คิ้วของจิ่วเยี่ยนั้นไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย มู่เฉียนซีจ้องมองเขาด้วยความโกรธ “ข้าอยากจะให้เจ้าดีใจ แต่นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะดุข้า…”
จูบของเขาประทับลงไปบนริมฝีปากที่มีเลือดสีสดติดอยู่ เขาสัมผัสมันเบาๆ “ข้าผิดไปแล้ว ต่อจากนี้ไปไม่ดุซีแล้ว”
เพียงแค่เงื้องอนเพียงเล็กน้อย เขาก็ปลดอาวุธยอมแพ้นางเสียแล้ว
“ซีอยากจะลงโทษข้าเช่นไรก็ได้ จะกัดต่อไปอีกก็ย่อมได้”
จิ่วเยี่ยแผ่เปิดร่างกายให้มู่เฉียนซีกัด เส้นผมที่ดำขลับเหมือนดั่งน้ำหมึกนั้นได้แผ่ออก ยิ่งทำให้ผิวสีขาวที่เหมือนดั่งหยกขาวนั้นยิ่งขาวใสขึ้นไปกว่าเดิมเสียอีก
มู่เฉียนซีกระโจนเข้าไปแล้วกัดเข้าไปอีก ถึงต่อให้จิ่วเยี่ยนั้นจะตามใจให้มู่เฉียนซีก่อเรื่องวุ่นวายตามใจอยาก แต่มีจุดจุดหนึ่งที่เขายังคงยืนกราน
“ครั้งหน้า หากพบเรื่องเช่นนี้อีกจะต้องให้ข้ามาถึงตั้งแต่แรก ห้ามแบกรับเอาไว้เพียงผู้เดียว”
มู่เฉียนซีพยักหน้ากล่าว “ข้ารู้แล้ว”
“ข้ารู้ว่าซีโกรธข้า ข้าจะปลอบใจซีให้สุดความสามารถ” ทันใดนั้นจิ่วเยี่ยก็พลันรุกเข้ามาใกล้
จูบนั้นประทับลงไปบนผิวหนังที่ขาวใส นั่นยิ่งทำให้มู่เฉียนซีกำลังจะพ่ายแพ้
นางได้ร้องตะโกนออกมา “ข้าไม่ต้องการให้เจ้าปลอบประโลมเช่นนี้ เจ้า…เจ้าอยู่ให้ห่างจากข้าหน่อย”
จิ่วเยี่ยเลิกคิ้วขึ้นแล้วกล่า