มู่เฉียนซีกล่าวเสียงจริงจัง
โฮก โฮก โฮก! ในตอนนี้มังกรกระดูกดำน่ากลัวกว่าสัตว์ประหลาดทั้งปวงที่พวกเขาเคยเจอมา
“มังกรเพลิงสังหาร!” มังกรเพลิงสีแดงฉานได้พัวพันกับมัน และเสียง ตูม! ดังสนั่นขึ้นกระทบกับร่างของมัน
มันไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ เลยแม้แต่น้อย การโจมตีทั้งหมดนี้สำหรับมันแล้วก็เหมือนแค่การทำให้มันจั๊กจี้เท่านั้น
กู้ไป๋อีรู้ดีว่าตนเองไม่สามารถทำให้มู่เฉียนซีออกไปจากที่แห่งนี้ได้ ตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่ทุ่มหมดหน้าตักต่อสู้อย่างสุดชีวิต
หากเขาโชคร้ายตายไป นางก็น่าจะออกไปจากที่นี่ได้!
ตูม ปัง ปัง! ตอนนี้กู้ไป๋อีต่อสู้กับมังกรกระดูกดำตัวนี้อย่างโหดเหี้ยมกว่าหลงฉือเสียอีก
นางจะดูไม่ออกได้อย่างไรเล่าว่านี่เป็นการต่อสู้ที่ไม่สนใจชีวิตของตนเองแล้ว
ร่างในชุดม่วงเคลื่อนไหวไป มู่เฉียนซีก็พรวดออกไปแล้ว
“ทักษะโยวหลัว!”
นางไม่อยากให้เสี่ยวไป๋ไปตายเช่นนี้!
ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง!
หลงฉือก็เคลื่อนไหวแล้ว และเขาก็พบว่ากู้ไป๋อีนั้นผิดปกติไป
กู้ไป๋อีในตอนนี้อ่อนแอกว่าที่เขาได้จินตนาการเอาไว้มาก เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน
หลงฉือกล่าว “ไป๋อี กลับมาเมืองเฮยตูในครานี้ เจ้ามีพลังเช่นเดียวกับคนภายนอกไม่ใช่เหรอ อย่าบอกนะว่า เจ้าฝึกบำเพ็ญอยู่ข้างนอกพลังวิญญาณของเจ้าก็เป็นเพียงแค่จักรพรรดิยอดยุทธ์ระดับเก้าเท่านั้น”
สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่หลงฉือได้จินตนาการเอาไว้มาก
เพราะว่าไป๋อีในตอนนี้เป็นเพียงแค่จักรพรรดิยอดยุท