มู่เฉียนซียิ้มและกล่าว “กฎ? กฎอะไร? ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าหนึ่งในสิบสองราชทินนามไม่สามารถลงมือกับผู้อื่นได้”
นางมองไปที่บุรุษชุดดําและกล่าวว่า “หลงฉือ เจ้าว่าอย่างไร? พวกเจ้าดูเหมือนจะไม่มีกฎนี้กระมัง!”
พวกเขาเบิกตากว้าง กู้ไป๋อีเรียกชื่อฝ่าบาทโดยตรงก็ช่างเถอะ เพราะความแข็งแกร่งของกู้ไป๋อีนั้นช่างทําให้ผู้คนต่างรู้สึกหวาดกลัว
แต่สาวน้อยผู้นี้กลับกล้าดียังไง ไม่รู้ว่านางไปเอาความกล้านี้มาจากไหนกัน
หลงฉือกล่าว “ดูเหมือนว่าจะไม่มีกฎนี้จริง ๆ!”
การท้าประลองกับราชทินนามทั้งสิบสอง ผู้ที่ถูกท้าประลองไม่เคยมีการกบฎเกิดขึ้นมาก่อน แต่ตอนนี้กลับต้องมาเจอกับกู้ไป๋อีและมู่เฉียนซีที่แปลกประหลาดคู่นี้
พวกเขาไม่เพียงแต่รู้จักกัน แต่ยังดูแลกันและกันเป็นอย่างดี
มู่เฉียนซีหัวเราะพลางกล่าว “เสี่ยวไป๋ ในเมื่อไม่มีกฎนี้ พวกเรามาสั่งสอนพวกเขาด้วยกันเถอะ!”
ราชทินนามพวกนั้นถึงกับตะลึงงัน เสี่ยวไป๋!
เป็นที่น่าตกใจที่มีคนเรียกบุรุษที่เย็นชาราวกับหิมะน้ำแข็งผู้นี้ว่าเสี่ยวไป๋! สาวน้อยผู้นี้…ช่างกล้าหาญยิ่งนัก!
กู้ไป๋อีกล่าว “ตกลง!”
กระบี่ของกู้ไป๋อีฟาดฟันลงมาอีกครั้ง!
มู่เฉียนซีหยิบกระบี่สองเล่มออกมา “เงาจันทราเหมันต์!”
“มังกรเพลิงสังหาร!”
เงาร่างสองร่างพุ่งออกไป ราชทินนามเหล่านี้เสมือนดั่งพบเจอกับสัตว์ร้ายคลั่งสองตัวก็มิปาน
มู่เฉียนซีบวกกับกู้ไป๋อีที่เข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้ พวกเขาไม่อาจผ่อนคลายได้เลยแม