มุมปากของมู่เฉียนซียกขึ้นเล็กน้อย นี่เป็นการขังเอาไว้ในห้องมืดเล็ก ๆ รึ?
ถูกขังอยู่ในมิติเช่นนี้ เมื่อเวลาผ่านไปนานก็จะทำให้สติของคน ๆ นั้นพังทลายลงจนถึงขั้นวิปลาสไป แต่ทว่า….
มู่เฉียนซีได้หลับตาลง ไม่รู้ว่าการทดสอบในห้องมืดเล็ก ๆ นี้จะจบลงเมื่อใด นางค่อย ๆ เรียบเรียงมรดกที่นิรันดร์ตกทอดให้แก่นาง
เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ และหลังจากที่มู่เฉียนซีดำดิ่งอยู่ในโลกแห่งการปรุงยา แดนภาพลวงตาที่น่าหดหู่นี้ก็ไม่สามารถส่งผลใดแก่นางได้ทั้งสิ้น
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด มู่เฉียนซีได้ยินเสียงดังมาจากบริเวณรอบ ๆ ตัว
แกรก! แกรก!
มิติที่กักขังนางเอาไว้ได้แตกออก จากนั้นนางก็ได้กลับมายังกลางมิติใหญ่ของขุมนรกอันมืดมนอีกครั้งหนึ่ง
หึ่ง หึ่ง หึ่ง!
การโจมตีด้วยพลังจิตพุ่งมาจากทั่วทุกสารทิศ ราวกับว่ามันจะฉีกศีรษะของนางให้แตกออกก็มิปาน
ดวงตาของมู่เฉียนซีฉายแววอันเย็นยะเยือกออกมา “นั่นมันบ้าอะไรกัน อย่าได้มาสร้างความวุ่นวายแก่ข้า!”
พลังจิตได้ก่อตัวเป็นกำแพงขวางกั้นอยู่ที่รอบด้านของมู่เฉียนซี และพลังที่ถูกใช้มาโจมตีนางนั้นก็ถูกป้องกันเอาไว้ได้ทั้งหมด
ปัง ปัง ปัง!
มู่เฉียนซีเป็นผู้ที่หากฝ่ายตรงข้ามกล้าโจมตีเข้ามามากเท่าไร นางก็กล้าที่จะป้องกันเอาไว้มากเท่านั้น
นางรู้สึกว่ายิ่งพลังจิตที่รอบด้านแข็งแกร่งขึ้น การโจมตีของมันก็รุนแรงขึ้น ส่วนพลังจิตที่ใช้ในการป้องกันของนางเองก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน
มู่เฉียนซียังคงติ