ีเดินเข้าไปและมองไปยังบุรุษชุดดำที่แปลกประหลาดผู้นี้ “ไม่ทราบว่าเจ้าอยากเจอข้าเพราะมีเรื่องอะไร?”
หลงฉือกล่าว “ตำแหน่งราชทินนามของทั้งเมืองเฮยตูนั้นมีเพียงแค่สิบสองตำแหน่ง หากเจ้าต้องการที่จะเป็นตำแหน่งราชทินนาม เช่นนั้นยังจะต้องทำเรื่องอีกเรื่องหนึ่งให้สำเร็จ”
มู่เฉียนซีถามขึ้น “เรื่องอะไร?”
“เจ้าตัวคนเดียวต่อสู้กับราชทินนามทั้งสิบสอง ขอแค่เพียงฆ่าหนึ่งในนั้นให้ได้ผู้หนึ่ง เจ้าก็สามารถที่จะยึดครองตำแหน่งของเขาได้”
มู่เฉียนซีกล่าว “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง เช่นนั้นแล้วเมื่อไรจึงจะเริ่มได้?”
หลงฉือกล่าว “ดูทีแล้วคนงามจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว พวกเขากำลังรีบมา”
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!
เงาร่างหลายร่างปรากฏขึ้น โดยมีราชทินนามเฮยกับราชทินนามซวงที่มู่เฉียนซีเคยพบเจอมาก่อน พร้อมด้วยราชทินนามอีกแปดคน
สายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่มู่เฉียนซีราวกับนักล่า เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขาคิดที่จะเอาชีวิตของมู่เฉียนซี
“คิดอยากที่จะเป็นหนึ่งในสิบสองราชทินนามก็รีบมาสู้กันเถอะ! อย่าได้ให้ข้านั้นสิ้นเปลืองเวลา” ราชทินนามเหยียนซึ่งเป็นผู้ที่มีอารมณ์ขี้หงุดหงิดที่สุดในนั้นกล่าวขึ้น
ราชทินนามเฮยกล่าว “เจ้านั้นกล้าดีมาโดยตลอด คงจะไม่เกรงกลัวในการประมือกับพวกเรากระมัง!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ในเมื่อมากันครบแล้ว ตอนนี้ก็สามารถเริ่มได้แล้ว ไม่ทราบว่าเวทีประลองอยู่ที่ใด?”
หลงฉือเอานิ้วชี้ขึ้นไปด้านบนสุดแล้วกล่าว “ท้าสู้กับสิบสองราชทินนาม