ฬมา พวกเรายอมแพ้!”
แกรก! ประตูที่อยู่ตรงหน้าบานหนึ่งได้เปิดออก มู่เฉียนซีได้เดินออกมาจากชั้นที่เก้า
ลำแสงสีดำได้ปรากฏที่ยอดบนสุดของหอคอยทมิฬ บัลลังก์ราชทินนามสีดำสนิทอันหรูหราได้ปรากฏขึ้น
คนทั้งเมืองเฮยตูต่างล้วนตะลึงงัน “มีผู้สำเร็จเป็นราชทินนามแล้ว”
“โอ้ สวรรค์! นั่นมิได้หมายความเมืองเฮยตูของพวกเรามีราชทินนามผู้ใหม่แล้วรึ!”
“นั่นก็ไม่แน่ ตำแหน่งราชทินนามนั้นไม่เหมือนกับตำแหน่งอื่นเพราะมีเพียงสิบสองตำแหน่งเท่านั้น และไม่เคยมีเกินไปมากกว่านั้น”
เมื่อข่าวนี้ได้กระจายออกไป ราชทินนามคนอื่น ๆ ก็ได้รีบมายังหอคอยทมิฬ พวกเขาอยู่อย่างสงบมายาวนานเช่นนั้น แต่กลับมีผู้ที่จะมาแย่งชิงตำแหน่งกับพวกเขา ช่างไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วจริง ๆ
สาวใช้คนหนึ่งได้เดินเข้ามา นางมองไปยังมู่เฉียนซีแล้วกล่าว “ของแสดงความยินดีกับท่านด้วย ฝ่าบาทของพวกเราขอเชิญตัวท่านไป”
การทดสอบของหอคอยทมิฬได้ผ่านไปแล้ว มู่เฉียนซีรู้สึกว่าควรจะไปพบฝ่าบาทหลงฉือผู้เป็นเจ้าแห่งเมืองเฮยตูเสียหน่อย
นางเดินตามสาวใช้ไปยังชั้นบนสุดของหอคอยทมิฬ
เมื่อประตูเปิดออกก็ได้เห็นบุรุษสองคน ผู้หนึ่งสวมอาภรณ์สีดำส่วนอีกผู้หนึ่งสวมอาภรณ์สีขาว พวกเขานั่งสงบเงียบอยู่ด้านใน และบรรยากาศไม่ค่อยดีนัก มันแฝงซ่อนไปด้วยจิตสังหาร
เมื่อรู้สึกตัวว่ามีคนเข้ามา หลงฉือก็กล่าวขึ้น “สาวน้อยคนงามมาแล้ว”
กู้ไป๋อีมองไปทางมู่เฉียนซีแล้วกล่าว “คุณหนูใหญ่ทำได้แล้ว”
มู่เฉียนซ