วเลย หากพรุ่งนี้เจ้าไม่อยากไม่มีหน้าไปเจอผู้คนแล้วละก็ เก็บกวาดให้สะอาด!” มู่เฉียนซีกล่าวเสียงขรึม
“ข้าจะไปคิดบัญชีกับเจ้าหมอนั่น พูดจาโกหกแต่ไม่เตรียมคำพูดให้ดูดีเลย ยอดเยี่ยมจริง ๆ!” ดวงตาของมู่เฉียนซีพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมลงทันที
ตูม ปัง ปัง!
ในตอนนี้กู้ไป๋อีกำลังพัวพันอยู่กับราชทินนามซวง
ทันทีที่ลงมือคนผู้นี้ก็ลงมืออย่างเย็นชาและไร้ความปรานีอย่างยิ่ง ขณะที่สองพี่น้องราชทินนามซวงก็มีความกังวลเป็นอย่างมาก ไม่กล้าลงมืออย่างเต็มที่ และถูกยับยั้งในที่สุด
“พี่ชาย! ราชทินนามเฮยนั่นมัวแต่ทำสิ่งใดอยู่ แค่พูดจาเพียงไม่กี่คำต้องใช้เวลานานเช่นนั้นเลยเหรอ น่ารำคาญชะมัด!”
“น้องชาย ไม่ต้องสนใจแล้ว เราล่าถอยก่อน หากเป็นเช่นนี้ต่อไปมีหวังต้องโดนกู้ไป๋อีเล่นงานจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นแน่ ถ้าเป็นเช่นนั้นมันจะได้ไม่คุ้มเสีย”
ทันทีที่มู่เฉียนซีรีบวิ่งเข้ามา ก็เห็นว่าสองพี่น้องคู่นี้กำลังจะถอยหนี
นางกำกระบี่มังกรเพลิงแน่น ถ่ายเทพลังวิญญาณลงไป และกวัดแกว่งกระบี่ทันใด
“บัวแดงพิฆาต!”
ทันใดนั้นเอง สองพี่น้องที่คิดจะถอยหนีก็ได้เห็นดอกบัวอัคคีสีแดงฉานปรากฏและเบ่งบานอยู่ตรงหน้า สีหน้าของพวกเขาพลันเปลี่ยนไปมาก!
อ๊า!
สุดท้ายก็ไม่อาจหนีพ้นไปจากการทำลายล้างของดอกบัวอัคคีนี้ได้ พวกเขาทำได้เพียงแค่กรีดร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดทรมาน และร่างก็ถูกโจมตีจนกระเด็นออกไปจากป้อมปราการของกู้ไป๋อี
ร่างในชุดม่วงเคลื่อนไหวไป