่จะออกไปได้”
กู้ไป๋อีกล่าวขึ้น “สถานะของข้าก็เพียงพอที่จะแต่งตั้งนางเป็นมหาจักรพรรดิแล้ว”
“สถานะของท่านราชทินนามหานนั้นเพียงพอแน่แล้ว แต่ทว่า…”
ยังไม่ทันที่ผู้ดูแลผู้นี้จะกล่าวจบ เสียงอันแหบแห้งเสียงหนึ่งก็ได้ลอยมา “แต่เมื่อพบเจอเข้ากับอัจฉริยะที่สักร้อยพันปียากจะพบเจอได้นั้น แน่นอนว่าข้าจะต้องเป็นผู้แต่งตั้งนางเป็นมหาจักรพรรดิจึงจะเหมาะสม มิใช่หรือ?”
เมื่อได้ยินเสียงนั้น นอกจากกู้ไป๋อีและมู่เฉียนซีแล้ว คนที่เหลือล้วนแต่ได้คุกเข่าลงกันเสียทั้งหมด
“คารวะเจ้านายผู้สูงศักดิ์!”
“เจ้านายผู้สูงศักดิ์!”
“……”
กู้ไป๋อีคอยปกป้องอยู่ที่ข้างกายของมู่เฉียนซี เมื่อเห็นผู้ที่เดินเข้ามาเขาก็กล่าว “หลงฉือ เจ้ามาได้อย่างไร? มิใช่ว่าเจ้าไม่เคยสนใจเรื่องของหอคอยโลหิตหรือ?”
มู่เฉียนซีเองก็มองบุรุษผู้ใส่ชุดคลุมสีดำตรงหน้าอย่างพิจารณา บนใบหน้าของเขานั้นค่อนข้างที่จะดำมืดจึงทำให้มองเห็นใบหน้าของเขาไม่ชัดนัก
แต่ดวงตาสีดำและยาวคู่นั้นแผ่ซ่านประกายที่อันตราย
ทำให้คนจำนวนมากต้องคุกเข่าและเรียกกล่าวเขาว่าเจ้านายผู้สูงศักดิ์ คนผู้นี้ก็คือเจ้านายแห่งเมืองเฮยตู
หลงฉือกล่าว “ปรากฏอัจฉริยะที่สะเทือนฟ้าสะเทือนดินเช่นนี้ แน่นอนว่าข้าย่อมต้องออกมาดู”
สายตาของหลงฉือจับจ้องไปที่มู่เฉียนซี
เขาก้าวเข้ามาใกล้แล้วกล่าวอย่างสนุกสนาน “มองใกล้ ๆ แล้วเจ้ายิ่งงดงามเสียจนไม่อาจหาที่ติได้ มิน่าละข้าแค่มองเพียงนิดเดียว ไป๋อีก็โกรธเ