มู่เฉียนซีมองสาวน้อยที่หน้าตาน่ารักตรงหน้าผู้นี้อย่างพิจารณา นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้พบกับราชทินนามเฮยเพียงลำพัง
นางกล่าว “ดูเหมือนว่ามารดาข้าจะมิได้ให้กำเนิดน้องสาวแก่ข้า ตัวเจ้าเองก็อายุไม่น้อยแล้ว ยังจะมาเรียกผู้ที่ยังมิได้กลายเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มขั้นว่าพี่สาว หนังหน้าจะหนาไปหน่อยแล้วกระมัง!”
สีหน้าของราชทินนามเฮยบูดเบี้ยว “เจ้า…เจ้ารู้…เรื่องเช่นนี้พี่ไป๋อีก็บอกแก่เจ้าแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าว “ถึงแม้ว่าเสี่ยวไป๋ของข้านั้นจะมีอายุมากกว่าข้า แต่ก็ไม่ได้มากมายดั่งเช่นเจ้า วัน ๆ เจ้าเอาแต่เรียกเขาว่าพี่ชาย เรียกเสียจนเสี่ยวไป๋ของข้านั้นจะแก่ไปจริง ๆ เสียแล้ว อย่างไรเสียคราหน้าก็ขอให้เจ้าเปลี่ยนคำเรียกขานด้วย”
คำพูดสองประโยคนี้ของมู่เฉียนซีได้ไปแทงจุดเจ็บของนางโดยเฉพาะ และแทบจะทำให้ราชทินนามเฮยจวนเจียนระเบิดออกมาเสียแล้ว
ดวงตากลมโตสีดำสนิทของนางในตอนนี้กำลังมีไฟอันร้อนระอุปะทุขึ้น แทบอดมิได้ที่จะเผาเด็กสาวตรงหน้าผู้นี้ให้ไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าไปเข้าร่วมการท้าประลองก่อน! ขอให้เจ้าทำตัวตามสบาย!”
มู่เฉียนซีจากไปโดยไม่สนใจราชทินนามเฮยที่ได้ปะทุเพลิงโทสะขึ้นแม้แต่น้อย
กู้ไป๋อีที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดได้เห็นมู่เฉียนซีทำให้ราชทินนามเฮยโกรธเสียจนแทบจะระเบิดออกมา มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย
แต่ไหนแต่ไรมาเด็กสาวผู้นี้ก็เป็นพวกที่ไม่เคยยอมที่จะเสียเปรียบอยู่แล้ว
ถึงแม้ว่ากา