หิตสด ๆ ไปตั้งเท่าไรแล้ว
ผู้เป็นนายของมันจะไปกลัวของเด็กเล่นเหล่านี้ได้อย่างไร!
มู่เฉียนซีได้ฝ่าผ่านมันไปอย่างชัดเจนจนกระทั่งไปถึงจุดสุดท้ายของแดนแห่งภาพลวงตาก็ยิ่งรู้จักนรกสีเลือดดีขึ้นไปในทุกที
มู่เฉียนซียังคงรักษาความสงบเอาไว้เหมือนเช่นเก่า และไม่ถูกสีโลหิตอันใดสร้างความรบกวนได้
นางสามารถพุ่งไปยังจุดสุดท้ายได้ด้วยความเร็วอย่างที่ไม่มีใครสามารถที่จะจินตนาการได้
ภาพลวงตาของจุดสิ้นสุดทำให้มู่เฉียนซีต้องเบิกตากว้างโพรง!
นี่…นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ทําไมสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าทั้งหมดนี้ มันเหมือนกับการทดสอบในการที่จะได้มาซึ่งตัวกระบี่มิมีผิด
หรือว่าสิ่งทั้งหมดนี้มันออกมาจากในจิตใจ!
คาวเลือดแห่งการฆ่าฟันทำให้นางต่อต้านหรือหวั่นกลัวหรือไม่?
มู่เฉียนซีหลับตาทั้งสองข้างลง และนึกถึงเสียงที่คุ้นเคยเสียงนั้นในหัวสมอง!
‘การเข่นฆ่าที่นองเลือดทั้งหมดเหล่านี้ ข้าแบกรับมันเอาไว้ก็ได้แล้ว’
เขาสามารถที่จะแบกรับมันเอาไว้ แต่นางกลับมิอยากให้เขารับมันเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว เขาที่แบกรับความเจ็บปวดของคำสาปมายาวนานเช่นนั้น นางจะไปให้จิ่วเยี่ยแบกรับเอาไว้ผู้เดียวอีกได้อย่างไร
มู่เฉียนซีลืมตาขึ้นมา ทั้งทะเลโลหิตและซากศพที่กองพะเนินเป็นขุนเขาล้วนแต่ไม่สามารถส่งผลกระทบใดต่อนางได้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อจิตใจผ่านอุปสรรคหนึ่งไปแล้ว ทันใดนั้นพลังวิญญาณก็ได้กรูกันเข้าไปในร่างของนาง
แล้วจากนั้น พลังวิญญาณที่มีอยู่อย่างน้อ