นเองปรากฏขึ้นกลางหอโลหิต นี่เป็นหอที่มีสีแดงโลหิต
เกรงว่านี่คงจะเป็นสิ่งปลูกสร้างแรกในเมืองเฮยตูที่นางได้เห็นว่าไม่เป็นสีดำ ที่รอบด้านนั้นก็มีค่ายกลอยู่ไม่น้อย ทันทีที่มู่เฉียนซีก้าวเข้าไปก็ได้ถูกลำแสงสีแดงนั้นดูดเข้าไป
หลังจากนั้น มู่เฉียนซีก็รู้สึกว่าตนเองได้มาถึงสนามรบแห่งหนึ่ง!
จิตสำนึกของนางได้เชื่อมต่อกับแม่ทัพผู้หนึ่ง และขึ้นม้ากวัดแกว่งดาบทำศึกร่วมกับเขา
ทุกครั้งที่ได้ลงมือไป ล้วนแต่ได้บั่นศรีษะของคนผู้อื่นให้หลุดร่วงหล่นไป
ในสนามรบนั้น โลหิตได้ย้อมสีของพื้นและใบหญ้าจนเป็นสีแดงฉาน
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างสงบนิ่ง “นี่ยังไม่เพียงพอ เจ้าหมอนี่ไม่ได้แม้แต่หนึ่งในหมื่นส่วนของมังกรเพลิงพิฆาตเลยด้วยซ้ำ ยังคิดจะมาดึงรั้งข้าเอาไว้อีก”
ตั้งแต่ต้นจนจบ มู่เฉียนซีล้วนแต่สงบนิ่งอย่างที่สุด
แม้ว่าในตอนนั้นจิ่วเยี่ยจะเข้ามาช่วย แต่ว่าตนเองนั้นก็ได้ยืนหยัดอยู่อย่างยาวนาน เช่นนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ไม่อาจจะจัดการกับเรื่องเหล่านี้ได้
เมื่อเดินออกมาจากดินแดนแห่งภาพลวงตา มู่เฉียนซีก็ได้ก้าวเข้าสู่เขตแดนแห่งภาพลวงตาอีกแห่งหนึ่ง
เป็นเช่นนี้ต่อเนื่องไปอีกหลายครั้ง และมู่เฉียนซีก็ได้ก้าวผ่านมันไปเช่นนี้ แม้แต่กระบี่มังกรเพลิงยังดูถูกพลังที่แสนจะอ่อนแอยิ่งนักของแดนแห่งภาพลวงตาเหล่านี้
แม้ว่าตัวกระบี่มังกรเพลิงจะไม่กระหายเลือดเหมือนดั่งวิญญาณของกระบี่ แต่ทว่าตัวของมันเองนั้นก็ไม่รู้ว่าได้เปียกชุ่มไปด้วยโล