ทแรก หรือประเภทที่สามเหมือนกันกับข้า”
กู้ไป๋อีกล่าว “คุณหนูใหญ่อยากรู้จริง ๆ เหรอ?”
“ข้าก็มีความอยากรู้เหมือนกันนะ” มู่เฉียนซีกล่าว
“ประเภทแรก!”
เดิมทีมู่เฉียนซีที่นอนอยู่บนเตียงด้วยอาการง่วงงุน แต่ตอนนี้กลับลุกนั่งขึ้นแล้ว นางกล่าว “ใครกันที่ตาถั่วทอดทิ้งคนวิปริตเช่นเจ้า?”
ด้วยพรสวรรค์ของกู้ไป๋อี ไม่ควรจะถูกกระทำเช่นนี้ถึงจะถูก!
กู้ไป๋อีกล่าว “เพราะข้าไม่สามารถฝึกฝนพลังวิญญาณได้”
“มีเหตุผลเช่นนี้ด้วย การฝึกยุทธ์ก็กลายเป็นผู้แข็งแกร่งได้ไม่ใช่เหรอ?” มู่เฉียนซีรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
กู้ไป๋อีไม่ได้ตอบคำถามนี้ และเขาก็กล่าว “คุณหนูใหญ่เหนื่อยแล้ว พักผ่อนต่อสักหน่อยเถอะ!”
“ก็ได้!”
ในเมื่อเสี่ยวไป๋ไม่อยากพูด นางก็ไม่อยากซักถามต่อ
การต่อสู้แบบสับเปลี่ยนคู่ต่อสู้จะต้องเสียพลังวิญญาณ พลังกายและพลังจิตมาก ก่อนเริ่มการประลองในชั้นที่สอง มู่เฉียนซีจำเป็นจะต้องทำให้ตนเองฟื้นฟูกลับมาในจุดที่ดีที่สุด และแน่นอนว่าเม็ดยาวิญญาณก็ต้องหลอมเพิ่ม
หลังจากที่จัดการทุกอย่างเสร็จมู่เฉียนซีก็มุ่งหน้าไปที่ลานประลองชั้นสอง
“อะไรนะ เจ้าต้องการขึ้นลานประลองเพื่อรับคำท้าประลองอย่างนั้นเหรอ” เมื่อได้ยินคำขอของมู่เฉียนซี พิธีกรก็ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น จากนั้นเสียงอันน่ารักเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นว่า “พี่สาวช่างกล้าหาญยิ่งนัก! เพิ่งจะจบการประลองด่านแรกไปได้ไม่นาน ก็มาร่วมการประลองด่านที่สองแล้ว”
.
.