ร้อยครั้ง และดูเหมือนว่าจะเป็นการต่อสู้ที่ไม่มีสิ้นสุดด้วย ตอนนี้ข้าอารมณ์ไม่ค่อยดี เสี่ยวไป๋ เจ้าจะไม่ช่วยข้าทำสิ่งใดหน่อยเหรอ?”
“คุณหนูใหญ่ต้องการให้ข้าทำสิ่งใด?” กู้ไป๋อีกล่าวถาม
“เล่าเรื่องตลกให้ข้าฟังเป็นเช่นไร?” มู่เฉียนซีหรี่ตายิ้มพลางกล่าว
เล่าเรื่องตลก! สีหน้าของกู้ไป๋อีแข็งทื่อไป เขาจะเล่าเรื่องตลกเป็นได้ยังไงกัน
เมื่อเห็นสีหน้าของมู่เฉียนซี จะให้ผู้ที่เย็นยะเยือกดุจดั่งน้ำแข็งหิมะเล่าเรื่องตลก คาดว่าจะยากกว่าการให้เขาฆ่าตัวตาย
มู่เฉียนซีจึงยิ้มแล้วกล่าวต่อ “เช่นนั้น เจ้าก็เล่าเรื่องที่เจ้าเข้ามาในหอคอยทมิฬกับหอคอยโลหิตให้ข้าฟังก็ได้!”
เมื่อเทียบกับข้อแรกแล้ว แน่นอนว่าเขาต้องเลือกข้อนี้
ทว่า นี่เป็นเส้นทางการสังหารอย่างไร้ความปรานีเส้นทางหนึ่ง มันจะช่วยบรรเทาอารมณ์ของนางให้ดีขึ้นได้จริงเหรอ กู้ไป๋อีแสดงท่าทางสงสัยออกมา
ตลอดทางมีแต่การเข่นฆ่าสังหาร จากนั้นน้ำเสียงใหญ่ที่กู้ไป๋อีใช้เล่านั้น ก็ทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกง่วงงุนขึ้นมา
รู้เพียงสิ่งเดียวก็คือเจ้านี่วิปริตมากจริง ๆ
มู่เฉียนซีหาวครั้งแล้วครั้งเล่า นางรู้สึกว่าการที่ฟังเสี่ยวไป๋เล่าเรื่องนั้นช่างเป็นยานอนหลับชั้นดีเลย มู่เฉียนซีกล่าว “เสี่ยวไป๋ ผู้ที่มาเมืองเฮยตูมีอยู่สามประเภท ประเภทแรกคือผู้ที่ถูกทอดทิ้ง ประเภทที่สองคือผู้ที่หนีเอาชีวิตรอด ประเภทสุดท้ายคือผู้ที่ไม่เกรงกลัวต่อความตาย ข้าสงสัยมาโดยตลอดว่าเจ้าอยู่ในประเภ