มู่เฉียนซีพยักหน้ากล่าว “ข้ารู้แล้ว”
ทันใดนั้นเงาร่างสีดำสนิทเงาหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นราวกับภูตผี
ผู้มาเยือนนั้นมีรูปร่างสูงยาว สีหน้านั้นก็ซีดเผือดราวกับไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงแม้แต่น้อย นับเป็นการทำลายใบหน้าอันหล่อเหลานั้นยิ่งนัก
เขามองไปที่มู่เฉียนซีแล้วกล่าว “เจ้าหนูนี่ก็คือเจ้าหนูที่สำเร็จในการเป็นตำแหน่งจักรพรรดิในครั้งนี้?”
“ใช่แล้วขอรับ ท่านมหาจักรพรรดิหลานตี้”
มหาจักรพรรดิหลานตี้กล่าว “รูปลักษณ์ของเจ้าหนูนี่ใช้ได้จริง ๆ กลับไปที่วังมหาจักรพรรดิกับข้า ปรนนิบัติข้าจนเมื่อข้าพอใจแล้ว ข้าก็จะมอบฉายาแห่งตำแหน่งจักรพรรดิให้”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ขอโทษเป็นอย่างยิ่ง แต่ไหนแต่ไรมาข้าชอบให้ผู้อื่นมาปรนนิบัติข้า ข้าไม่ชอบที่จะไปปรนนิบัติผู้อื่น”
มหาจักรพรรดิหลานตี้หัวเราะแผ่วเบา “เด็กสาวนี่ช่างพูดช่างจาไม่เบา แต่ถ้าหากไร้ซึ่งฉายาแห่งตำแหน่งจักรพรรดิ ความพยายามที่เนิ่นนานมาเช่นนี้ของเจ้าก็จะศูนย์เปล่า ปรนนิบัติข้าเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ขอแค่เพียงต้องเสียสละ…”
“ต้องเสียสละอะไร? ไหนเจ้าลองบอกให้ข้าฟังสักหน่อย!” เสียงอันเย็นชาเสียงหนึ่งได้ลอยมา
กลิ่นอายอันเย็นยะเยือกนั้นทำให้ผู้คนสั่นสะท้านอย่างมิอาจที่จะควบคุมตนเองเอาไว้ได้
มหาจักรพรรดิหลานตี้มองไปยังเงาร่างสีขาวที่พลันปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน บุรุษผู้สูงส่งและแสนเย็นชาผู้นั้น
เขาเบิกตากว้างแล้วกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่