นได้แสดงเข้าถึงบทบาทมากจนเกินไป จึงทำให้ทุกคนต่างล้วนนึกว่าเป็นเช่นนั้น
ผู้ที่ถูกเรียกว่าท่านราชทินนามเฮยตะลึงค้าง จากนั้นก็ได้มองไปยังผู้คนเหล่านั้นแล้วกล่าวขึ้น “ผู้รับใช้? ทำไมพี่ชายไป๋อีถึงได้เป็นผู้รับใช้? อีกทั้งท่านโยวหลัวที่พวกเจ้าพูดถึงนั้นคือใคร? ใครกัน?”
แสงอันเย็นวาบได้สาดออกมา กระบี่ยาวเล่มหนึ่งได้จ่อเข้าไปที่คอของราชทินนามเฮย!
“อะไรที่ไม่ควรถาม ก็จงอย่าได้ถาม! ไสหัวไปซะ!”
ดวงตาสีดำขลับและความเยือกเย็นไร้ความรู้สึกนั้น ราวกับคมดาบจะปั่นคอนางให้ขาดไปในคราเดียวก็มิปาน
ราชทินนามเฮยกล่าว “ข้ารู้แล้ว คนผู้นั้นก็คือสาวงามผู้นั้นที่ราชาผู้สูงศักดิ์กล่าวถึงกระมัง! ข้านั้นอยากจะเห็นจริง ๆ ว่านางมีอะไรกันที่ทำให้พี่ชายไป๋อีติดอกติดใจ”
ในตอนที่กู้ไป๋อีได้ขยับกระบี่นั้น ราชทินนามเฮยก็ได้กลายร่างสลายเป็นกลุ่มหมอกควันสีดำไปเสียแล้ว
ในตอนนี้เองได้มีคนผู้หนึ่งกล่าวขึ้นมาด้วยความตกตะลึง “ผู้ที่กล้ากล่าววาจาเช่นนี้กับท่านราชทินนามเฮย อีกทั้งยังมีปราณกระบี่เช่นนั้น แล้วยังสวมใส่อาภรณ์สีขาว!”
“ผู้ที่มีปราณกระบี่เช่นนั้นและอาภรณ์สีขาว!”
“คนผู้นั้นคือท่านราชทินนามหาน กู้ไป๋อี!”
“ท่านราชทินนามหานมิใช่หนึ่งในสิบสองราชทินนามแห่งเมืองเฮยตูของพวกเราที่มีพรสวรรค์สุดวิปริตรนั่นรึ?”
“เขาจากเมืองเฮยตูไปแล้วกลับมาอีก? หรือว่าคิดที่จะมาท้าสู้กับสถานที่แห่งนั้น?”
“เขาดูแลท่านโยวหลัวเช่นนั้น เขาจะต้องมี