ับสาวงาม!”
“รอดูแล้วจะรู้เอง!”
เสียงโหวกเหวกเจี๊ยวจ๊าวดังขึ้นไม่ขาดสาย เมื่อเงาร่างสีม่วงที่เล็กเรียวปรากฏตัวขึ้นบนเวทีประลอง
จากนั้นเสียงคำรามที่ประหนึ่งดั่งสัตว์ป่าเสียงหนึ่งได้ดังลอยออกมา “ฮ่าฮ่าฮ่า! มีสาวงามมาผู้หนึ่ง คราวนี้ไม่ได้หลอกกันจริง ๆ!”
“งดงามยิ่งนัก ยากที่จะจินตนาการได้ว่าสาวงามเช่นนี้จะมายังเมืองเฮยตูของพวกเรา”
“สาวงามผู้นี้ดูอายุน้อยนัก นางบรรลุนิติภาวะแล้วหรือไม่กัน?”
ในตอนนี้คู่ต่อสู้ของมู่เฉียนซีเองก็ได้ก้าวขึ้นมายังเวทีประลองแล้ว
คู่ประลองนั้นมีร่างกายที่สูงยาวผอมโปร่ง เขามองไปที่มู่เฉียนซีแล้วกล่าว “เดินขึ้นมาบนเวทีประลองนี้ หากทันทีที่เริ่มการต่อสู้ก็จะสามารถลงเวทีไปได้โดยที่ใครคนหนึ่งต้องตายเท่านั้น แต่ทว่าหากเจ้ายอมแพ้ก่อนการประลองแล้วยอมกลายเป็นทาสของอีกฝ่ายหนึ่ง เช่นนั้นก็ยังมีโอกาสรอดชีวิตอยู่บ้าง”
“เจ้าจะเลือกเช่นไรแม่นางน้อย?”
“โอ้สวรรค์! กลับเป็นเกาเทียน! พลังความสามารถของเขานั้นจัดอยู่ในสามสิบอันดับแรกของชั้นที่หนึ่ง สาวน้อยคนงามตายแน่แล้ว”
“อีกไม่นานก็จะมีสาวงามเข้าไปในอ้อมอกแล้ว เจ้าเกาเทียนนี่ก็จะโชคดีเกินไปหน่อยแล้วกระมัง!”
ในตอนนี้ที่ยอดบนสุดของหอคอยทมิฬ หลงฉือได้โบกสะบัดมือจากนั้นก็มีกระจกที่มีผิวสีดำโผล่ขึ้นมาบานหนึ่ง ในกระจกนั้นได้ปรากฏเงาร่างของมู่เฉียนซีขึ้นมา
หลงฉือยิ้มแล้วกล่าว “ไป๋อี แมวเหมียวน้อยของเจ้าต้องพบกับคู่ต่อสู้ที่รับมือได้ยาก