เจ้าคิดว่านางจะยอมแพ้หรือนางเลือกที่จะสู้กันเล่า! เจ้าว่านางจะตายหรือไม่? ถึงแม้ว่าแมวเหมียวน้อยนี้จะเป็นดวงใจของเจ้า แต่ข้าก็มิอาจที่จะแหก….”
ปัง! ยังไม่ทันที่หลงฉือจะกล่าวจบ กระบี่ของกู้ไป๋อีก็ได้ถูกเหวี่ยงออกไป!
แกรก! กระจกบานนั้นแตกสลายลงในพริบตา
หลงฉืออึ้งไปชั่วขณะ “ไป๋อี เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“ข้าไม่ชอบสายตาที่เจ้ามองนาง ถ้าหากว่าเจ้าไม่อยากทำให้ข้าโกรธเกรี้ยวขึ้นมาละก็ ทางที่ดีจงอย่าได้มองดูนางแม้แต่น้อย” สีหน้าของกู้ไป๋อีราวกับน้ำแข็งที่จับตัวเข้าด้วยกันก็มิปาน
หลงฉือยิ้มแล้วกล่าวหยอกล้อ “ไป๋อี นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมีความต้องการที่จะครอบครองอันเข้มข้นเช่นนี้ ไม่มองก็ไม่มอง ข้านั้นไม่มีความสนใจในสิ่งมีชีวิตที่อ่อนปวกเปียกดั่งเช่นอิสตรีเลยแม้แต่น้อย”
กู้ไป๋อีถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ ความสามารถที่สวนทางสวรรค์นั้นสามารถปิดบังไปได้ให้นานเท่าไรก็ปิดบังไปให้ได้นานเท่านั้นก็แล้วกัน!
หากทันทีที่ถูกหลงฉือรู้เข้า เกรงว่าเขาคงจะไม่ปล่อยนางไป
มู่เฉียนซีมองไปยังเกาเทียนแล้วกล่าว “เจ้าคิดว่าข้ามาที่หอคอยแห่งความตายที่เมืองเฮยตูนี้เพื่อมายอมแพ้หรือ?”
“แม้ว่าวันนี้จะต้องตาย ข้าก็เลือกที่จะสู้!”
เห็นได้ชัดเลยว่าสิ่งที่มู่เฉียนซีเลือกนั้นทำให้ทุกคนรู้สึกเกิดความเสียดาย
เกาเทียนเองก็ไม่ได้ชักช้า เขากล่าว “ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะสู้ เช่นนั้นข้าก็ยินดีที่จะเล่นด้วย จงใช้พลังที่แข็งแกร่งที่สุ