ับนั้นค่อนข้างที่จะไร้พิษภัยและรังแกได้ง่าย!”
“เช่นนั้นมารังแกเถอะ!” จิ่วเยี่ยหลับตาทั้งสองข้างลง
มู่เฉียนซีกลอกตาขาวจากนั้นก็กระโดดลงจากเตียง!
“จิ่วเยี่ย! เจ้าเห็นข้าเป็นไอ้โง่ละสิ! เห็นกันอยู่ว่าเจ้าได้ตื่นขึ้นมาแล้ว หากข้ากล้าทำอะไรบุ่มบ่าม ผู้ที่โชคร้ายนั้นจะต้องเป็นข้าอย่างแน่นอน ข้าไม่ติดกับหรอก!”
ทันใดนั้นร่างของจิ่วเยี่ยก็ได้มายืนอยู่ที่ด้านหลังของมู่เฉียนซี “ให้ข้าทำให้!”
บนมือนั้นได้ปรากฏชุดกระโปรงของสตรีขึ้นมาชุดหนึ่ง “อย่าได้คิดว่าทำเช่นนี้แล้วข้าจะไม่โกรธ ข้าเองมีมือมีเท้า ข้าทำ…”
มู่เฉียนซีได้ถูกจิ่วเยี่ยกอดม้วนเข้าในทันที นางยังไม่ทันที่จะกล่าวจบ ริมฝีปากก็ได้ถูกอุดเอาไว้อีกครั้งหนึ่ง
สิ่งที่ทำให้นางยิ่งรู้สึกเข่าทรุดหนักลงไปกว่าเก่าอีกก็คือ จิ่วเยี่ยกลับสามารถพัวพันปล้นชิงไปได้พร้อมกับสวมใส่เสื้อผ้าให้แก่นาง
มู่เฉียนซีเบิกตากว้างโพรง นึกอยากที่จะให้เขาสวมใส่ให้เร็วกว่านี้อีกหน่อย แต่ปรากฏว่าความรวดเร็วในการสวมใส่นั้นเชื่องช้าราวกับหอยทากก็มิปาน!
“อื้อ!” มู่เฉียนซีคิดที่จะขัดขืน แต่มันก็ไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง
“หู่ว!” ในที่สุดมันก็จบสิ้นลง มู่เฉียนซีสูดอากาศเข้าไปเฮือกใหญ่
คนบางคนที่ทำให้นางโกรธนั้นกลับถามนางด้วยท่าทีอย่างคนถามหาคำชมเชยว่า “ซีคิดว่าข้าทำเป็นเช่นไรบ้าง?”