งสองได้ถูกกู้ไป๋อีผู้ซึ่งมีใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกขวางเอาไว้ที่ตรงประตูทางเข้า เขากล่าวขึ้นด้วยเสียงเย็นชา “คุณหนูใหญ่ยังไม่ตื่น ไม่ว่าใครก็ตามจะรบกวนไม่ได้!”
ท้ายที่สุด ทั้งท่านเจ้าเมืองและหัวหน้าโรงประมูลจึงทำได้แต่เบิกตาจ้องหน้ากันอยู่ในจวนเท่านั้น
ท่านเจ้าเมืองถามขึ้น “เจ้าเฒ่า เจ้าว่าคนพวกนั้นสรุปแล้วเป็นใครกันแน่? เหตุใดพวกมันถึงได้เลวร้ายขนาดนั้น!”
หัวหน้าโรงประมูลกล่าว “เจ้าเมืองชาง ข้าเองก็ไม่รู้! เกรงว่าคงจะมีแต่ท่านผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้นที่พอจะรู้เรื่องอยู่บ้างกระมัง!”
“ดูแล้ว คงทำได้เพียงแต่รอให้นางตื่นขึ้นมาเท่านั้น!”
ปรากฏว่าเมื่อถึงยามบ่าย ท่านเจ้าเมืองก็ได้กินข้าวที่นี่เป็นมื้อที่สองภายใต้ความรังเกียจของผู้เป็นเจ้าบ้าน แต่มู่เฉียนซีก็ยังมิตื่นขึ้นมา
ท่านเจ้าเมืองรู้สึกสงสัย “ท่านกู้ คุณหนูมู่ป่วยหรือไม่! ทำไมถึงยังไม่ตื่นขึ้นมาอีก”
กู้ไป๋อีกล่าวตอบ “มิใช่!”
ในที่สุดมู่เฉียนซีก็ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว จิ่วเยี่ยที่อยู่ด้านข้างนั้นใกล้ชิดนางเป็นอย่างมาก
ภาพของบุรุษผู้งดงามปรากฏอยู่ตรงด้านหน้าของนาง ต้องยอมรับเลยว่าจิ่วเยี่ยในตอนที่สงบนิ่งอยู่นั้นช่างงดงามน่าหลงใหลอย่างยิ่ง ทำให้ผู้ได้พบเห็นจิตใจสั่นคลอนมิเป็นตนเอง
มู่เฉียนซีก็ได้มองดูอยู่เช่นนี้ ไม่นานนักเขาก็ได้เปิดเปลือกตาทั้งสองข้างขึ้นแล้วกล่าว “ซีชอบมอง!”
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าคิดมากไปแล้ว! ข้าก็เพียงแค่รู้สึกว่าเจ้าในตอนหล