สนใจสายตาคู่นั้นของจิ่วเยี่ยเลยแม้แต่น้อย เขาเดินเข้าไปและกล่าวถามว่า “คุณหนูใหญ่ การประมูลก็ได้จบลงแล้ว เราจะเดินทางกลับเมื่อไหร่?”
นับวันกู้ไป๋อีก็ยิ่งปรับตัวเข้ากับสถานะนี้ของตนเองได้มากขึ้นแล้ว
ดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกจ้องมองกู้ไป๋อีอย่างเย็นชา และกล่าวว่า “เจ้ากลับไปก่อนได้!”
กู้ไป๋อีจ้องมองไปที่แขนของจิ่วเยี่ยที่กอดมู่เฉียนซีอยู่อย่างแน่นหนา และดูเหมือนว่ามู่เฉียนซีก็เคยชินกับสิ่งนี้เป็นอย่างดี
แน่นอนว่านางเคยชินกับสิ่งนี้มาเนิ่นนาน
แววตาของกู้ไป๋อีเคร่งขรึมลง “คุณหนูใหญ่อยู่ที่ไหน ข้าก็จะอยู่ที่นั่น!”
ดวงตาสีดำขลับอันเย็นชาคู่นั้นของกู้ไป๋อีกับดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกที่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าของจิ่วเยี่ยจ้องมองกันอย่างดุเดือด
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ทันใดนั้นเองเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
พิธีกรสาวสวยในชุดแดงผู้นั้นกับหัวหน้าโรงประมูลก็เดินเข้ามา ทันทีที่พิธีกรสาวสวยเข้ามาในห้องแล้วนางก็ตกใจนิ่งอึ้งไปทันที
หนุ่มหล่อสาวงามในห้องนี้ช่างน่าทึ่งยิ่งนัก ทำให้กระทบต่อความมั่นใจในตัวเองของนางเป็นอย่างมาก
หัวหน้าโรงประมูลยิ้มพลางกล่าว “นายท่านทุกท่าน ข้าน้อยนำสินค้าที่พวกท่านประมูลได้มาให้”
ทั้งหมดมีสามชิ้น
มู่เฉียนซีกล่าว “เสี่ยวไป๋ เอาสร้อยคอเส้นนั้นไปมอบให้กับคุณหนูใหญ่เหยียน”
เมื่อสองคนนี้มาอยู่ด้วยกันเช่นนี้ ดูเหมือนนางจะเข้าใจแล้วว่าสิ่งใดที่เรียกว่าอากาศหนาวเหน็บพื้นดินจับตัวกันเป็นน้ำแข็ง จ