วย!
เขามองออกแล้ว ชายผู้นี้มีความสำคัญต่อนางมาก สำคัญมาก!
หลังจากที่กินอิ่ม มู่เฉียนซีก็จับจิ่วเยี่ยให้เริ่มสอนทักษะโยวหลัว
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “จิ่วเยี่ย เริ่มได้หรือยัง?”
จิ่วเยี่ยค่อย ๆ พยักหน้า “อืม!”
พลังวิญญาณโคจรขึ้น ระลอกคลื่นสีดำได้ก่อตัวขึ้นรอบ ๆ จิ่วเยี่ย และทันทีที่แขนของเขาขยับ ทักษะวิญญาณนั้นก็ตกลงมา
“ทักษะโยวหลัว!”
ตูม!
กำแพงที่อยู่ตรงหน้าตกระเนระนาดลงมาราวกับไพ่ก็มิปาน
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกขึ้น “จิ่วเยี่ย พลังการทำลายล้างนี้ช่างน่าทึ่งยิ่งนัก!”
“แต่โชคดีที่กำแพงจวนเจ้าเมืองนี้จะต้องซ่อมแซมใหม่พอดี พังแล้วก็พังช่างมันเถอะ เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องให้คนไปรื้อกำแพงทิ้ง”
“แต่ว่าจะโคจรพลังวิญญาณเช่นไรล่ะ ข้ายังไม่รู้เลย!”
จิ่วเยี่ยปรากฏตัวขึ้นด้านหลังมู่เฉียนซี และจับแขนนางเอาไว้ “ซีเห็นไม่ชัดก็ไม่เป็นไร ข้าจะช่วยสอนเอง”
มีจิ่วเยี่ยคอยสอน พลังวิญญาณธาตุวารีของมู่เฉียนซีก็โคจรขึ้นรอบ ๆ ตัวนาง จากนั้นก็ค่อย ๆ ก่อตัวเป็นระลอกคลื่น
แขนของนางถูกจิ่วเยี่ยยกขึ้น เขากล่าวข้างหูมู่เฉียนซีว่า “ลงมือได้แล้ว!”
มู่เฉียนซีตะโกนว่า “ทักษะโยวหลัว!”
แล้วผลลัพธ์เป็นเช่นไรล่ะ!
ผลลัพธ์ก็คือ ทำได้เพียงแค่ทำให้อิฐก้อนเดียวแตกเท่านั้น!
มู่เฉียนซีจนปัญญาเป็นอย่างยิ่ง มันช่างห่างชั้นกันเกินไปแล้ว ช่างน่าตกใจยิ่งนัก
“พยายามต่อไป!”
เมื่อได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้น กู้ไป๋อีก็ตกใจทัน