ุ่ยจิงอิ๋งผู้พิทักษ์นิรันดร์เอาไว้ให้ข้าแล้ว ข้ายังต้องกลัวอันใดอีก”
“เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนขี้ขลาดตาขาวอย่างนั้นเหรอ?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
ท่าทีการตอบโต้ทั้งสองของมู่เฉียนซีทำให้จิ่วเยี่ยไม่พูดอันใดออกมา
เขาอุ้มมู่เฉียนซีขึ้นและกล่าวว่า “อืม! พักผ่อนเถอะ!”
การพักผ่อนในค่ำคืนนี้ จิ่วเยี่ยพักผ่อนจริง ๆ
เขารู้ดีว่าหากเขาควบคุมตัวเองไม่ได้ ผลลัพธ์จากการที่เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ก็คือถูกสุ่ยจิงอิ๋งส่งตัวกลับไป
ทำได้เพียงแค่มองซีอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่อยากจะจากนางไปเร็ว และ…
ดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกพลันลึกซึ้งดุจดั่งมหาสมุทร
เช้าวันต่อมา มู่เฉียนซีไม่ได้ตามกู้ไป๋อีมาฝึกกระบี่
จากนั้นกู้ไป๋อีก็คิดถึงเรื่องเมื่อวาน นางได้เรียนรู้และทำมันสำเร็จแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้เขาสอนอันใดแล้ว
เขาเดินมาถึงหน้าห้องมู่เฉียนซี คนที่อยู่ในห้องจนตอนนี้แล้วก็ยังไม่ออกมา
ชายหญิงอยู่ในห้องกันสองต่อสองเช่นนี้ กู้ไป๋อีรู้สึกอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาเล็กน้อย
เอี๊ยด!
ประตูห้องถูกเปิดออก ร่างชุดดำร่างหนึ่งเดินออกมา
หน้ากากปีศาจสีดำได้บดบังใบหน้าอันงดงามอย่างไร้ที่เปรียบนั้นไว้แล้ว
ดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกคู่นั้น ช่างเย็นยะเยือกเป็นอย่างยิ่ง
กู้ไป๋อีมองดูชายผู้อันตรายผู้นี้และกล่าวว่า “เจ้าเป็นใคร?”
จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้าจะเป็นใครนั้น ซีรู้ก็พอแล้ว เจ้าไม่มีสิทธิ์รู้ แต่ว่า…”
กู้ไป๋อีรับรู้ได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ