ามารถเรียนรู้ได้เร็วขนาดนี้
ถ้าเป็นคนอื่น หากไม่มีเวลานานปี ก็ยากที่จะฝึกจนบรรลุขั้นความสําเร็จได้
ครั้งหนึ่งอาจารย์เคยบอกว่าเขาเป็นอัจฉริยะแห่งวรยุทธ์ที่หาได้ยากในรอบหมื่นปี แต่ตอนนี้เมื่อต้องมาเจอกับตัวประหลาดผู้นี้ เขาพบว่าตนเองนั้นยังห่างชั้นกับนางโดยสิ้นเชิง
มู่เฉียนซีกล่าว “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าก็พักผ่อนให้เพียงพอ และหาวิธีฟื้นฟูพลังของตัวเอง และแน่นอนว่าข้าจะต้องหาวิธีที่จะทำให้เจ้าพ่ายแพ้ให้ได้ หลังจากต่อสู้กับเจ้ามาเนิ่นนาน แต่ข้ากลับไม่สามารถชนะเจ้าได้แม้แต่ครั้งเดียว มันช่างล้มเหลวเสียจริง ๆ!”
“ข้าจะรอ!” กู้ไป๋อีกล่าว
มู่เฉียนซีกลับไปที่ห้องของตนเอง ครั้งก่อนที่จิ่วเยี่ยมีร่างกายที่แปลกประหลาด จึงถูกสุ่ยจิงอิ๋งบีบบังคับส่งตัวเขากลับไป
ตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง?
“สุ่ยจิงอิ๋ง ให้จิ่วเยี่ยมาที่นี่!”
สุ่ยจิงอิ๋งตอบกลับว่า “ซีเอ๋อร์ เขาในตอนนี้อันตรายมากสําหรับเจ้า เจ้าแน่ใจหรือว่าต้องการจะพบเขา?”
มู่เฉียนซีพยักหน้า “เรื่องเกี่ยวกับการฝึกยุทธ์ ข้าต้องขอคําชี้แนะจากเขา”
“ได้!” สุ่ยจิงอิ๋งไม่ได้ปฏิเสธ
แดนคุกโลหิตมีแสงสีฟ้าอ่อนวาบผ่าน จิ่วเยี่ยตะลึงงันไปเล็กน้อย
เขาอยากจะจากไป แต่สุดท้ายก็มีเสียงแหบแห้งเสียงหนึ่งดังขึ้น “นายท่านไม่อาจไปพบเขาได้ ครั้งก่อนที่คำสาปกำเริบ ก็ไม่ง่ายเลยกว่านายท่านจะปราบปรามได้ ตอนนี้…”
ด้านหลังของจิ่วเยี่ย มีบุรุษชุดขาวนั่งอยู่ รูปร่างบางเฉียบ