ล่าวต่อ “พลังวิญญาณไม่ได้ มันยังไม่เพียงพอ!”
มู่เฉียนซีมองไปทางกู้ไป๋อีแล้วกล่าว “เสี่ยวไป๋ ถึงแม้ว่าในตอนแรกนั้นข้าจะไม่ชอบขี้หน้าเจ้าเป็นอย่างมาก อดไม่ได้ที่จะแทงซ้ำเข้าไปในตอนที่เจ้ากำลังบาดเจ็บหนักให้เจ้าตายไวขึ้นอีกหน่อย แต่เมื่อได้สนิทกันขึ้นมาแล้ว ข้าก็พบว่าถึงแม้เจ้าเย็นชา แต่เจ้ามีหัวใจที่แข็งแกร่งในวิถีแห่งยุทธ์ยิ่งนัก ช่างน่านับถือเสียจริง!”
แข็งแกร่งเหรอ? มาวันนี้มันแทบจะแหลกสลายแล้ว เขามิได้แข็งแกร่งเหมือนดั่งที่นางคิดเอาไว้ สายตาของกู้ไป๋อีสะท้อนแววหม่นหมองออกมา
“เจ้าชี้ให้ข้าเห็นถึงจุดบกพร่อง และสอนทักษะกระบี่ให้ข้าโดยที่ไม่หวงวิชาเลยแม้แต่น้อย สำหรับข้าแล้วเจ้าเป็นทั้งมิตรสหายและอาจารย์ เช่นนั้นแล้วข้าจะไม่ให้สตรีผู้นั้นมาแตะต้องเจ้าแม้แต่ปลายขน ถึงแม้ว่าหลังจากนี้ไปเจ้าจะเป็นศัตรูกับข้า ก็จะมีแต่ข้าเท่านั้นที่ทำร้ายเจ้าได้ ส่วนผู้อื่นนั้นจะทำมิได้!”
“ถึงต่อให้เจ้าเป็นมหาจักรพรรดิยอดยุทธ์ขั้นที่เก้าเต็มขั้นแล้วยังไง? ข้าจะไม่แพ้ให้แก่เจ้าหรอก” ดูเหมือนว่ามู่เฉียนซีที่กำลังกล่าวอยู่กับกู้ไป๋อี ในขณะเดียวกันก็ดูเหมือนนางกำลังพึมพำกับตนเองด้วยเช่นกัน
กู้ไป๋อีไม่เข้าใจคำพูดของมู่เฉียนซี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินสาวน้อยผู้นี้กล่าวอย่างจริงจัง
มู่เฉียนซีได้กลืนยาโชคลาภตี้หลินลงไป นี่เป็นยาที่เอาไว้เพิ่มพลังความสามารถในช่วงเวลาที่อันตราย แต่ทว่าตอนนี้มู่เฉียนซีได้กลับ