ๆ ของเย่เฉินนั้นยอดเยี่ยมมาก หัวสมองเต็มไปด้วยอุบายความคิดที่ไม่ดีราวกับว่าไม่ต้องการให้นางช่วยออกความเห็น มีเพียงเรื่องที่เขาไม่สามารถแก้ไขได้เท่านั้น เขาถึงจะมารบกวนนาง
“เกิดเรื่องขึ้นในเมืองเหยียนแล้ว แหล่งน้ำถูกวางพิษ และพิษนั้นข้าก็ตรวจสอบไม่รู้ว่าเป็นพิษชนิดใด ข้าก็เลยอยากจะให้นายท่านดูสักหน่อย” เย่เฉินกล่าว
“นึกไม่ถึง ว่าแม้แต่เจ้าก็ตรวจสอบไม่เจอว่าเป็นพิษใด น่าสนใจซะแล้วสิ ขอข้าดูหน่อย!”
ทันทีที่มู่เฉียนซีเห็นน้ำในถ้วยนี้ที่อยู่ตรงหน้านางก็ดม จากนั้นก็ขมวดคิ้วขึ้น
นางเอาปลายนิ้วจุ่มน้ำในถ้วยเตรียมที่จะชิม แต่น้ำเสียงอันเย็นยะเยือกก็ดังขึ้น “คุณหนูใหญ่!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ไม่เป็นไร!”
ชิมเข้าไปเพียงเล็กน้อย มู่เฉียนซีก็ขมวดคิ้วขึ้นและกล่าวว่า “เย่เฉิน ไปห้องปรุงยากัน!”
“ท่านอาจารย์เสี่ยวไป๋ วันนี้ข้าขอลาหยุด ไม่อนุญาตก็ต้องอนุญาต!” กล่าวจบนางก็เดินจากไป
เมื่อมองไปที่แผ่นหลังของมู่เฉียนซี ใบหน้าของกู้ไป๋อีก็เย็นชาขึ้น
โชคดีที่ไม่ได้รับสาวน้อยผู้นี้เป็นศิษย์ มีศิษย์ที่ไหนที่กล้าเสียมารยาทเช่นนี้กับอาจารย์กันเล่า
แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่นางมุ่งมั่นอย่างใจจดใจจ่อก็คือการปรุงยา สำหรับการปรุงยา นางมีความมุ่งมั่นและใจจดใจจ่อยิ่งกว่าเรื่องอื่นใด
หากนางมีความมุ่งมั่นและใจจดใจจ่อกับการฝึกกระบี่ให้ได้เช่นนี้ ทักษะกระบี่ของนางก็คงจะก้าวหน้าไปมากกว่านี้แน่นอน
“ชิงมู่!” เมื่อมาถึงห้องปรุงยา ม