้กู้ไป๋อีมีพลังแค่ขั้นจักรพรรดิระดับหนึ่ง หากพลังของเขาถึงขั้นมหาจักรพรรดิ ขั้นมหาจักรพรรดิระดับสูงสุด เช่นนั้นการโจมตีนี้สามารถแข็งแกร่งถึงขั้นพังทลายได้
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “ข้าจะไม่แพ้ให้เจ้า”
ครั้งแรกที่ใช้เงาจันทราหนาวเหน็บ การโจมตีนี้ราวกับว่าเป็นลมที่เย็นยะเยือกพัดผ่านไปก็มิปาน
แต่เมื่อพลังชีวิตผสานเข้ากับกลิ่นอายของกระบี่แล้ว ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ง่ายเหมือนที่จินตนาการเอาไว้ นางเป็นมือใหม่ในการฝึกฝนยุทธ์ แต่ก็ต้องถูกบีบให้ยอมแล้ว
กู้ไป๋อีกล่าว “ดูท่า ข้าคงต้องสอนคุณหนูใหญ่ไปทีละขั้นตอนเสียแล้ว”
ถึงแม้ว่าพลังวิญญาณของมู่เฉียนซีจะถึงขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับสาม แต่กลับไม่มีประสบการณ์ในการใช้พลังชีวิตมากนัก กู้ไป๋อีจึงทำได้เพียงแค่สอนด้วยตนเอง
เป็นเพราะการฝึกร่ายเพลงกระบี่ของผู้วิปริตสองคนนี้ เย่เฉินจึงรู้สึกว่าจวนตระกูลเย่ของพวกเขาคงต้องทำการซ่อมแซมใหม่แล้ว
นายท่านแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น ยังคงฝึกฝนอย่างสุดชีวิต ส่วนตัวเขานั้นเริ่มช้ามาก แล้วจะเกียจคร้านในการฝึกฝนได้อย่างไรกันเล่า
ตระกูลเย่อาศัยอยู่ในเมืองเหยียนอย่างมั่นคง การฝึกบำเพ็ญของเย่เฉินก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แต่บัดนี้เมืองเหยียนกลับวุ่นวาย ทั่วทั้งเมืองดูเหมือนว่าจะประสบกับโรคระบาดอย่างร้ายแรง คนจำนวนมากเกิดอาการไข้สั่น ทรมานเป็นอย่างยิ่ง ผู้ที่มีพลังงอ่อนแออาการก็ยิ่งหนักหนาสาหัส