บำเพ็ญพลังวิญญาณเป็นหลัก และด้วยเหตุเช่นนี้การฝึกยุทธ์ของข้ามันก็มิได้ตกต่ำลงด้วยมิใช่หรือ?”
“วันนี้ข้าถูกเจ้ากระตุ้นเข้า ดังนั้นแล้วข้าจึงไม่คิดที่จะปิดบัง ข้าอยากจะถามเจ้าว่าตกลงเจ้าจะตอบรับหรือไม่?” มู่เฉียนซีถามขึ้น
กู้ไป๋อีมิได้กล่าวอะไร มู่เฉียนซีกระพริบตาแล้วกล่าวขึ้น “เจ้าคงไม่คิดที่จะให้ข้าไหว้ขอให้เจ้าเป็นอาจารย์จริง ๆ หรอกกระมัง!”
กู้ไป๋อีกล่าว “ถึงต่อให้รับเจ้าเป็นศิษย์ ด้วยความดื้อรั้นของเด็กสาวเช่นเจ้า ไม่แน่ว่าวันหลังเจ้าอาจจะเป็นศิษย์ล้างครู อย่างไรเสียก็ลืมมันไปเสียเถอะ”
“เช่นนั้นก็หมายความว่าเจ้าไม่อยากที่จะสอนแล้ว ข้าเองก็จะไม่บังคับ!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยความผิดหวังอยู่บ้าง
“ข้าสามารถสอนเจ้าได้ แต่ว่าเจ้าต้องนำสิ่งของมาแลกเปลี่ยน” กู้ไป๋อีกล่าว
“เอาของอะไรไปแลกเปลี่ยน?” มู่เฉียนซีถามขึ้น
“กระบี่คู่กายของข้านั้นไม่มีแล้ว กระบี่ของเจ้าที่ข้าใช้นั้นก็ได้พังไปเมื่อสู้กับเจ้าเมื่อก่อนหน้า ในเมื่อเจ้าเป็นนักหลอมอาวุธ เช่นนั้นจงหลอมกระบี่ให้ข้าหนึ่งเล่มก็แล้วกัน!”
มู่เฉียนซีตะลึงค้าง “เจ้าต้องการให้ข้าหลอมกระบี่?”
นางค่อนข้างที่จะรักไปในทางปรุงยา เรื่องการเรียนหลอมอาวุธนั้นเป็นเพราะจำเป็นต้องทำ ถึงแม้ว่าทักษะจะไม่เท่าไรก็ตาม
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “เจ้าแน่ใจหรือว่าจะให้ข้าหลอมกระบี่? ข้าสามารถจ่ายหนักเพื่อที่จะให้นักหลอมอาวุธตีกระบี่ที่เจ้าพอใจขึ้นมา”
“คุณหนูใหญ่คิดว่า ถ้า