หากว่าข้าต้องการให้นักหลอมอาวุธตีกระบี่ให้ข้า เช่นนั้นแล้วยังจะต้องให้คุณหนูออกโรงอีกหรือ?”
นางคิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าถูกต้อง เจ้าหมอนี่เป็นถึงบุคคลที่อยู่ระดับขั้นสุดยอด ไม่ว่านักหลอมอาวุธที่เก่งกาจเพียงใดก็ล้วนแต่ยินดีที่จะตีกระบี่ให้เขา
“แล้วทำไมเจ้า…?” มู่เฉียนซีไม่รู้ว่าเขามีแผนอะไรกันแน่
“การใช้กระบี่ของผู้หัดใหม่นั้น นับว่าเป็นการลองประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าตอบตกลง”
กระบี่ที่ไม่ได้เรื่องเล่มหนึ่ง แลกกับผู้ที่เป็นยอดฝีมือในเรื่องทักษะกระบี่ของโลกทั้งสี่ทิศมาเป็นอาจารย์นั้นมันคุ้มค่ายิ่งนัก
“ข้าจะไปหลอมกระบี่ให้เจ้าเดี๋ยวนี้!” มู่เฉียนซีคิดที่จะลุกยืนขึ้นมา แต่ก็ได้ถูกกู้ไป๋อีจับตัวเอาไว้
“ในตอนนี้เจ้าจงพักฟื้นก่อน!”
มู่เฉียนซีตะลึงงัน นางนั้นลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
“ยาของข้านั้นมีฤทธิ์ที่ไม่เลว ถึงแม้ว่าจะถูกเจ้าทำให้บาดเจ็บอย่างอนาถ แต่ตอนนี้ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว ดังนั้น….”
ปรากฏว่ากู้ไป๋อีก็ได้กล่าวขึ้นมาอีกครั้ง “รักษาอาการบาดเจ็บก่อน!”
มู่เฉียนซีพยักหน้ากล่าว “ก็ได้ ๆ ข้าจะรักษาอาการก่อน”
เมื่อพบจุดอ่อนของตนเองแล้ว แน่นอนว่านางจึงอยากที่จะอุดจุดอ่อนนั้นให้ดี มิเช่นนั้นหากถึงเวลาที่ศัตรูค้นพบเข้า เช่นนั้นจะต้องตายอย่างอนาถเป็นแน่แท้
มู่เฉียนซีได้รักษาอาการบาดเจ็บอย่างรวดเร็ว นางได้ถามเย่เฉินถึงตำแหน่งห้องหลอมอาวุธของจวนตระกูลเย่
เมื่อเย่เฉินได้ยินว่ามู่เฉีย