เผชิญหน้ากับผู้นำตระกูลเหลยผู้ที่มีพลังวิญญาณขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าผู้นี้ ต่อให้กู้ไป๋อีคิดจะหลบก็ไร้ความสามารถที่จะทำได้
ดวงตาของผู้นำตระกูลเหลยเปล่งประกายขึ้น กระบี่เล่มหนึ่งได้ทาบตรงคอของกู้ไป๋อีแล้ว!
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าคิดว่าเจ้าเป็นยอดฝีมือขั้นมหาจักรพรรดิผู้หนึ่งซะอีก คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเจ้าจะเป็นแค่สวะไร้ประโยชน์ ไร้พลังขั้นมหาจักรพรรดิ อีกทั้งยังไร้พลังปราณ และพลังวิญญาณอีกด้วย” เขากล่าวด้วยความสุขใจ
เขามองไปที่เย่เฉินและกล่าวว่า “รีบแก้พิษให้ลูกชายข้าเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้านี่ทิ้งซะ”
เย่เฉินก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก เขาคิดมาโดยตลอดว่าท่านผู้ยิ่งใหญ่กู้ผู้นี้เป็นยอดฝีมือที่มีพลังยากที่จะหยั่งรู้ได้ กลับคิดไม่ถึงว่า……
เขามองไปที่มู่เฉียนซี แสงเย็นวาบผ่านดวงตาของมู่เฉียนซี “ผู้นำตระกูลเหลย นี่เจ้ากำลังข่มขู่ข้าอย่างนั้นเหรอ?”
“สาวน้อย ข้ายอมรับนะว่าเจ้าแข็งแกร่งมาก แต่กว่าจะคว้าไพ่เด็ดเช่นนี้มาได้นั้นมันไม่ง่ายเลย หากไม่ข่มขู่เจ้า มันก็ดูสิ้นเปลืองไป เอาเช่นนี้ เจ้าฆ่าเจ้าเมืองเหยียน ข้าก็จะปล่อยตัวเขา เป็นเช่นไร?”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเชื่องช้าว่า “เจ้าก็บอกอยู่ไม่ใช่เหรอว่าเขาเป็นแค่สวะไร้ประโยชน์ไร้พลังวิญญาณ นอกจากรูปร่างหน้าตาที่ดูดีของเขาแล้ว ความเย็นชาของเขานั้นข้าไม่ชอบมันเลยแม้แต่น้อย”
“เขาก็ติดตามข้ามาได้สักพักแล้วล่ะ ข้าใช้เขาจนเบื่อแล้ว เจ้าอยากจะฆ่