ระจบสอพลอรองเจ้าเมืองเหลยผู้นี้ไม่น้อย
รองเจ้าเมืองเหลยที่สีหน้าแดงก่ำชี้นิ้วไปทางเย่เฉินแล้วกล่าวขึ้น “ไอ้หนู จงให้หญิงสาวผู้ที่อยู่ข้างกายเจ้ามาดื่มเป็นเพื่อนข้า เร็วเข้า มิเช่นนั้นแล้วข้าจะสับเจ้าเสีย…..”
สีหน้าของเย่เฉินเปลี่ยนเป็นเย็นชา แม้แต่กู้ไป๋อีเองก็ได้ปลดปล่อยกลิ่นอายอันเย็นยะเยือกออมาด้านนอก มู่เฉียนซีได้ชักกระบี่มังกรเพลิงออกมาพลัน
นางฟาดฟันกระบี่ลงไปแล้วกล่าวด้วยเสียงเย็นชา “เจ้าบังอาจนัก!”
ปัง!
แกรก!
แน่นอนว่ารองเจ้าเมืองเหยียนสามารถหลบกระบี่นี้ไปได้ โต๊ะที่อยู่ตรงหน้าเขาได้ถูกผ่าออกเป็นสองซีก
รองเจ้าเมืองเหลยที่แกล้งเมาอยู่นั้นก็ได้พลันตื่นตัวขึ้นมา แล้วมองไปยังหญิงสาวที่ถือกระบี่อยู่นั้นด้วยความโกรธเกรี้ยวแล้วกล่าวขึ้น “เจ้าบังอาจ!”
มุมปากของมู่เฉียนซียกขึ้นเล็กน้อย “ข้าบังอาจ? ผู้ที่บังอาจคือเจ้าถึงจะถูกกระมัง! เจ้าเป็นไก่เฒ่าตัวผู้ตัวหนึ่งที่มาให้เขาเชือดถึงที่แล้วยังจะกล้ามาทำตัวโอหังอีก รนหาที่ตาย!”
“ไก่เฒ่าตัวผู้!” รองเจ้าเมืองเหลยเบิกตากว้างโพลงมองไปยังมู่เฉียนซี
“เจ้ารนหาที่ตาย!” เขาคิดที่จะพุ่งเข้ามาบีบคอของมู่เฉียนให้ตาย แต่ทว่ากลับถูกผู้นำตระกูลเหลยห้ามเอาไว้
“ท่านรองเจ้าเมือง อย่าได้ถูกเด็กสาวผู้หนึ่งทำให้โมโหไป ยังมีเรื่องธุระสำคัญนัก”
เมื่อถูกเกลี้ยกล่อม ในที่สุดเขาก็สงบลง
เหลยอ๋าวกล่าว “ใช่ จะต้องมิถูกหญิงสาวผู้หนึ่งทำให้โกรธเสียจนลืมเรื่องสำคัญ”
เหล