ๆ ของเย่เฉิน
“เป็นตระกูลที่ไม่สะดุดตาอย่างที่คิดเอาไว้จริง ๆ ผู้ที่เป็นผู้นำกลับเป็นเด็กหัวขนผู้หนึ่ง” เหลยอ๋าวกล่าวอย่างเหยียดหยาม
เจ้าเมืองเหยียนกล่าว “อายุย่อมเยาว์ย่อมมีอนาคต ทำไมถึงจะเป็นผู้นำตระกูลไม่ได้เล่า?”
เหลยอ๋าวกล่าวอย่างดุดันรุนแรง “อายุย่อมเยาว์ย่อมมีอนาคต หรือว่าเจ้าเมืองเหยียนต้องตาเจ้าเด็กหนุ่มนี่เข้าแล้ว อยากที่จะให้มันมาเป็นบุตรเขยของเจ้า?”
เจ้าเมืองเหยียนกล่าวอย่างราบเรียบ “รองเจ้าเมืองเหลยกล่าวเรื่องน่าขันเสียแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นอย่างเกียจคร้าน “คืนนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองที่จะต้องมีการดื่มกิน หรือว่าเป็นสถานที่ที่เอาไว้ให้ดูไก่ตัวผู้มาสำแดงอำนาจกันแน่ ถ้าหากว่าเป็นการจัดงานเลี้ยง เช่นนั้นก็มิใช่ว่าควรที่จะนำอาหารเลิศรสพร้อมสุรารสเลิศมาแล้วหรือ?”
มู่เฉียนซีนั่งลงบนเก้าอี้อย่างช้า ๆ นั่นจึงทำให้เหลยอ๋าวสังเกตเห็นได้ถึงสตรีนางนี้
ผิวพรรณขาวผ่อง ดวงตานั้นประหนึ่งดวงดาราที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่มิอาจจะหาผู้ใดเทียบเทียมได้ ในที่ทุรกันดารแห่งนี้กลับมีหญิงสาวที่งดงามถึงขั้นนี้อยู่ ดูท่าแล้วเหลยเทียนนั้นมิได้โกหก
เหลยอ๋าวยิ้มแล้วกล่าว “มิผิด มิผิด! เริ่มงานเลี้ยง!”
เจ้าหมอนี่ถือเอาที่แห่งนี้เป็นสถานที่ของตนจริง ๆ สายตาของมู่เฉียนซีฉายแววอันหม่นหมองออกมา
เจ้าเมืองเหยียนกล่าว “เริ่มงานเลี้ยง!”
แน่นอนว่าในงานเลี้ยงนั้นจะขาดการดื่มสุราไปมิได้!
และก็แน่นอนว่าได้มีผู้เข้าไปป