สำนักนิกายครึ่งระดับหรือ? เป็นตระกูลใดกันแน่? การประชุมที่ข้าเรียกตัวพวกเขากลับยังกล้ามาช้า”
การประชุมที่เขาเป็นผู้เรียกประชุม! ทุกคนต่างตะลึงงัน นี่มิใช่เป็นเจ้าเมืองเหยียนเรียกประชุมหรอกหรือ?
ผู้นำตระกูลเหลยกล่าว “เป็นแค่เพียงตระกูลเย่ที่ไม่โดดเด่นเท่านั้น แต่กลับมีอารมณ์ที่ไม่เบา เจ้าเมืองเหลยจงอย่าได้โกรธกริ้ว!”
“ตระกูลเย่นี่ช่างกล้าดีนัก!”
เสียงอันอ่อนโยนของบุรุษผู้หนึ่งได้ลอยมา “ถึงต่อให้ตระกูลเย่ของข้ามีความกล้า แต่ก็มิกล้าที่จะปากมากกับแขกเอะอะโวยวายเช่นนี้ได้”
ผู้ที่เพิ่งเข้ามาใหม่นั้นดูง่ายดายเป็นอย่างมาก สองบุรุษกับอีกหนึ่งสตรี อีกทั้งยังมีอายุเยาว์วัยยิ่งนัก
พวกเขาทั้งสามก็คือมู่เฉียนซี กู้ไป๋อี และเย่เฉิน!
เจ้าเมืองเหยียนเองก็ตะลึงเช่นกัน “ที่มามีเพียงแค่พวกเจ้าสามคน?”
ถ้าหากว่าท่านผู้เฒ่าเย่มาแล้วเกิดเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้นล่ะก็ ก็ยังพอจะมีบุคคลระดับมหาจักรพรรดิถึงสองคนคอยควบคุมสถานการณ์ เหลยอ๋าวเองก็จะไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
แต่ทว่าในตอนนี้ไม่มีท่านผู้เฒ่าเย่มาด้วย และพวกเขามากันเพียงแค่สามคน เมื่อถึงตอนนั้นก็คงจะวุ่นวายเสียแล้ว
“ข้าก็คือผู้นำตระกูลของตระกูลเย่ ไม่ทราบว่าท่านเจ้าเมืองเหยียนเรียกตัวพวกเรามาด้วยเพราะมีเหตุอันใด?” เย่เฉินมองไปทางเจ้าเมืองเหยียน
เจ้าเมืองเหยียนเองก็ตะลึงค้าง เห็นได้ชัดว่าเพียงแค่ไม่กี่วันเขาก็กลับรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่มากขึ้นไปเรื่อย