กู้ไป๋อีชําเลืองมองบาดแผลบนร่างของมู่เฉียนซี “เจ้าแน่ใจนะว่ายังสู้ต่อ?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าได้ทายาแล้ว สามารถสู้ต่อไปได้!”
ปัง ปัง!
ร่างสีขาวและสีม่วงทั้งสองร่างปะทะกันอย่างดุเดือด
เย่เฉินสัมผัสได้ถึงพลังการต่อสู้อันน่าตื่นตะลึงบนตัวของพวกเขา แววตาของเขาร้อนผ่าวมากขึ้นเรื่อย ๆ หากเขาได้กลายเป็นยอดฝีมือที่ร้ายกาจเช่นนี้ ทั่วทั้งโลกสี่ทิศ คงไม่มีผู้ใดที่สามารถแตะต้องคนที่เขาอยากปกป้องได้อย่างแน่นอน
บางทีศัตรูของตระกูลเย่ของเขา เขาก็อาจจะสามารถหามันและเอาชนะได้!
เขาปรารถนาที่จะแข็งแกร่งขึ้น และหลังจากที่ได้เห็นมู่เฉียนซีและกู้ไป๋อีต่อสู้กันแล้ว เขาก็ยิ่งอยากที่จะแข็งแกร่ง
ตูม!
จากนั้นมู่เฉียนซีและเย่เฉินก็ผลัดกันต่อสู้กับกู้ไป๋อี เย่เฉินลุกไม่ขึ้นมาตั้งนานแล้ว ส่วนมู่เฉียนซียังกัดฟันอดทนสู้ต่อไป รอจนกว่าถึงขั้นที่แม้แต่กินยาก็ไม่สามารถฟื้นฟูพลังที่สูญเสียไปได้
ท้ายที่สุดก็ได้ถูกกู้ไป๋อีโยนเข้าไปในห้องเพื่อพักผ่อน โดยปกติแล้วเด็กสาวผู้นี้ดูไม่ค่อยจะจริงจังต่อเรื่องอะไรก็ตามสักเท่าไร แต่เมื่อพยายามสู้ฝึกฝนอย่างหนัก เมื่อเทียบกับเขาแล้วก็เหนือชั้นกว่ามากนัก!
มู่เฉียนซีโบกมือกล่าว “พรุ่งนี้ค่อยมาอีก ข้าจะเอาชนะเจ้าให้ได้!”
หากไม่สามารถเอาชนะกู้ไป๋อีที่ไม่มีพลังปราณใด ๆได้ แล้วจะสามารถเอาชนะผู้อาวุโสใหญ่และหัวหน้าตำหนักของตำหนักเป่ยหานเพื่อช่วยอารองออกมาได้อย่างไร?
กู้ไป๋อีพยักหน้า “ได้!”