จ้าเมืองเหยียนกล่าวขึ้น “ช่างเป็นผู้หญิงที่อกตัญญูเสียจริง!”
……
“พี่เย่!” หลังจากเข้าไปในจวนตระกูลเย่ เหยียนเซี่ยฉีที่ได้ยินเสียงเย่เฉินร้องคำรามออกมานั้นก็รีบเดินเข้าไปอย่างร้อนรนประหนึ่งดั่งไฟเผาใจ
มุมปากของมู่เฉียนซียกตัวขึ้นเล็กน้อย “เย่เฉิน ข้าได้นำตัวสาวงามมาส่งให้เจ้าแล้ว หากเจ้าไม่สามารถอดทนผ่านมันไปได้ก็ช่างเถอะ ข้าก็จะหลอมเจ้าเป็นโอสถมนุษย์เสีย”
กู้ไป๋อีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้ ให้หญิงสาวผู้หนึ่งมาขวางทาง คุณหนูใหญ่ไม่กลัวว่านางจะทำอะไรมั่วซั่วขึ้นมาหรือ?”
มู่เฉียนซีมองไปยังกู้ไป๋อีแล้วกล่าว “เสี่ยวไป๋ สิ่งที่เจ้าเข้าใจนั้นมันผิดนะ! ฉีเอ๋อร์ไม่ใช่ความวุ่นวายของเย่เฉิน แต่นางสามารถที่จะมอบพลังทั้งหมดให้แก่เขาได้ และทำให้เขาเป็นผู้ที่ต่อสู้ไปได้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก”
กู้ไป๋อีไม่เห็นด้วย นางเป็นเพียงเด็กสาวที่ชอบร้องไห้ พรสวรรค์ของนางนั้นนับว่าพอใช้ได้ นางเป็นผู้ที่คนที่จวนต่างโปรดปรานประคบประหงม จะสามารถช่วยอะไรได้?
หากมิช่วยให้ยุ่งวุ่นวายไปกว่าเดิมก็ถือว่าดีแล้ว!
มู่เฉียนซียิ้มอย่างจนปัญญา นางไม่อยากที่จะเปลืองน้ำลายกับผู้ที่ไร้ความรู้สึกเช่นเสี่ยวไป๋
นางโบกมือแล้วกล่าว “เสี่ยวไป๋ พวกเราอย่าได้อยู่ตรงนี้เป็นแสงไฟส่องให้เจิดจ้าเลย กลับไปพักผ่อนเสียเถอะ!”
เป็นดั่งที่มู่เฉียนซีคาดเอาไว้ ต่อให้ยากลำบากมากแค่ไหน แต่เมื่อเย่เฉินได้เห็นเหยียนเซี่ยฉีนั้น เ