อบ “ข้าก็อยากมาก! อยากที่จะจดจ่อยู่กับการปรุงยา แต่ข้ามีศัตรูที่แข็งแกร่งมากยิ่งนัก ในตอนนี้ญาติที่ข้าสนิทชิดใกล้ที่สุดกลับตกไปอยู่ในกำมือของผู้อื่น เช่นนี้มิให้ในมือของตนเองมีกำลังที่สามารถจะต่อต้านกับพวกนั้นได้แล้วจะไปไหวได้อย่างไร?”
กู้ไป๋อีมองเห็นดวงตาที่ราวกับดวงดาราคู่นั้นส่องประกายเย็นวาบที่น่าหวั่นพรึงออกมา ศัตรูของนางจะเป็นที่ใดกัน?
เขาไม่ได้มองสำนักนิกายระดับสองอยู่ในสายตา ดังนั้นจึงเกรงว่าจะเป็นสำนักนิกายระดับสาม ในตอนนี้อยู่ในแดนตะวันออกซึ่งเป็นพื้นที่ของตำหนักตงจี๋ เช่นนั้นก็ควรจะเป็นตำหนักตงจี๋มิใช่ตำหนักเป่ยหาน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ กู้ไป๋อีก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
มู่เฉียนซีมองกู้ไป๋อีอย่างเงียบ ๆ ศัตรูของนางก็คือตำหนักเป่ยหานที่กู่ไป๋อีอยู่
เจ้าหมอนี่รู้จักเพียงแต่การฝึกบำเพ็ญและไม่สนใจในการความขัดแย้งใด ๆ หวังว่าการต่อสู้ในกาลข้างหน้าเขาจะไม่เข้าร่วมด้วยนั่นถึงจะดี
มู่เฉียนซีกล่าว “เสี่ยวไป๋ เจ้าออกไปก่อนเถอะ! ข้ามีเรื่องที่จะต้องคุยกับเย่เฉินตามลำพังเล็กน้อย”
“ขอรับ!”
หลังจากที่กู้ไป๋อีออกไปแล้ว เย่เฉินก็กล่าวขึ้น “นายท่านต้องการที่จะถามถึงคลังโอสถของตระกูลเย่ใช่ไหม?”
มู่เฉียนซีพยักหน้ากล่าว “เจ้าเดาถูกแล้ว ในเมื่อได้จัดการเรื่องของเขาเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าเองก็เลือกที่จะมาภักดีกับข้า เช่นนั้นก็จงบอกตำแหน่งคลังโอสถของตระกูลเย่มาเถิด ข้าต้องการดีงูสวรรค์!”