รนี่แล้ว และก็เป็นทางเลือกเดียวของข้าด้วย”
“แล้วถ้าหากยังมีทางเลือกอีกทางหนึ่งเล่า?” มู่เฉียนซีถามสวนขึ้นทันควัน
“เป็นไปได้อย่างไร?” เจ้าเมืองกล่าวด้วยความตกตะลึง
“นับแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป บางทีเย่เฉินอาจจะสามารถฝึกยุทธ์ได้”
“อะไรนะ? พี่เย่สามารถที่จะฝึกบำเพ็ญได้แล้ว จริงหรือ?” เหยียนเซี่ยฉีตื่นเต้นเป็นที่สุด
เจ้าเมืองเหยียนกล่าว “เขามาเริ่มฝึกบำเพ็ญเอาในตอนนี้ ถึงแม้ต่อให้มีคุณสมบัติที่ดีมากไปกว่านี้ หากไม่ใช่เวลาถึงสิบปีก็ไม่อาจที่จะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งได้ ถึงแม้ว่าเขาจะได้กลายเป็นผู้นั้นเพียงคนเดียว แล้วตระกูลเย่ที่ตกต่ำนั่นจะมีประโยชน์อันใด?”
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “เจ้าเมืองเหยียน ดูเหมือนว่าท่านจะตัดสินเร็วเกินไปนัก”
“เร็วเกินไป?”
“ท่านกล้าเดิมพันกับข้าหรือไม่?” สายตาของมู่เฉียนซีได้ฉายแววสว่างออกมา
“เดิมพันอะไร?”
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “ข้าขอเดิมพันว่า ภายในเวลาหนึ่งปี ความแข็งแกร่งที่เย่เฉินมีนั้นจะล้ำหน้าไปกว่าความแข็งแกร่งของเมืองแห่งความโกลาหล”
เจ้าเมืองเหยียนกล่าว “นั่นเป็นไปไม่ได้ นอกจากว่าเบื้องหลังของเขาจะมีสำนักนิกายระดับสามคอยให้การสนับสนุน มิเช่นนั้นแล้วคงมิอาจที่จะสร้างสำนักนิกายระดับสองที่สามารถมาตีเสมอกับเมืองแห่งความโกลาหลได้”
แม้แต่กู้ไป๋อีเองก็ยังสงสัยว่าเด็กสาวผู้นี้จะกล่าวเกินจริงไปหน่อยหรือไม่