จะเป็นเจ้าหนูแห่งตระกูลเย่นั่นที่ไม่ได้ตัวบุตรสาวข้าเลยใช้แผนสกปรกเช่นนั้น คงคิด….”
“พี่เย่ไม่ทำเช่นนั้นหรอก ท่านพ่ออย่าได้กล่าวเหลวไหล” เหยียนเซี่ยฉีร้อนรนเข้าแล้ว
“ดูเหมือนว่าท่านเจ้าเมืองจะมีมุมมองในด้านที่ไม่ดีกับเย่เฉินมากนัก” คิ้วของมู่เฉียนซีขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“ผู้ที่ไม่สามารถมอบความสุขให้แก่ฉีเอ๋อร์ได้ แต่ยังกลับพัวพันฉีเอ๋อร์ ทำให้ฉีเอ๋อร์เสียเวลา เจ้าคิดว่าควรที่จะมองดีกับเขาหรือ?” คิ้วของเจ้าเมืองขมวดชนกันจนเป็นสามเส้นดั่งตัวอักษรจีนที่มีความหมายว่าแม่น้ำ (川)
“หรือท่านคิดว่าจะให้คุณหนูใหญ่ไปเป็นภรรยาน้อยของผู้อื่น แล้วเช่นนั้นนางจะมีความสุขหรือ? ก็แค่สำนักนิกายระดับสองที่ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนัก ท่านคิดว่าจะสามารถปกป้องบุตรสาวของท่านได้รึ?”
ถึงแม้ว่าแดนตะวันตกจะกว้างใหญ่กว่าแดนใต้ แต่เกรงว่าความแข็งแกร่งของเมืองแห่งความโกลาหลนั้นจะยังมิอาจเทียบได้กับหุบเขาหมอเทวดา
ก็แค่สำนักนิกายระดับสองที่ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนัก?
เจ้าเมืองเหยียนแสยะมุมปากเล็กน้อย สำหรับพวกเขาที่เป็นสำนักนิกายระดับหนึ่งแล้ว สำนักนิกายระดับสองเป็นสิ่งที่สามารถทำลายสิ่งอื่นได้อย่างตามใจชอบ
แต่เมื่อมันมาออกจากปากของนางก็ราวกับว่ามันไม่จำเป็นเลยแม้แต่น้อยที่จะพูดถึงมัน
“นึกไม่ถึงเลยว่าเย่เฉินจะได้บอกเรื่องนี้แก่เจ้าแล้ว เช่นนั้นแล้วอย่างไรเล่า? เมืองแห่งความโกลาหลเป็นกลุ่มกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในที่ทุรกันดา