าท่านเจ้าเมืองจะจำผู้น้อยเช่นข้าได้” มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นอย่างเบา ๆ
“คราที่แล้วข้าร้อนรนใจไปชั่วขณะ มิได้สืบสาวราวเรื่องความเป็นมาให้ชัดเจน ดังนั้นแล้วจึงได้เสียมารยาทไปอยู่บ้าง แม่นางมู่เชิญด้านใน” เจ้าเมืองเหยียนต้อนรับอย่างอบอุ่น
และเขาก็พบว่าชายผู้ที่มีรัศมีไม่ธรรมดาผู้นี้กลับยืนอยู่ด้านข้างของเด็กสาวผู้นั้น ราวกับว่าล้วนฟังคำสั่งทุกสิ่งอย่างของนางก็มิปาน
ให้บุรุษเช่นนี้มาติดตามนาง สาวน้อยผู้นี้มีสถานะตัวตนใดกันแน่?
“ให้คุณหนูใหญ่ออกมา” เจ้าเมืองเหยียนกล่าวขึ้น
ทันทีที่เหยียนเซี่ยฉีมองเห็นมู่เฉียนซี นางก็รีบวิ่งเข้ามาตรงหน้าอย่างรวดเร็วและกล่าวขึ้น “แม่นางมู่ พี่ชายเย่….”
ยังไม่ทันที่นางจะกล่าวได้จบก็ได้ถูกเจ้าเมืองเหยียนถลึงตาใส่ไปคราหนึ่งจึงไม่กล้ากล่าวอะไรออกมาอีก
มู่เฉียนซีกล่าว “เขาไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวลใจ!”
ใบหน้าของฉีเอ๋อร์ฉายแววแห่งความยินดีออกมา นางกล่าว “ประเสริฐนัก”
เจ้าเมืองเหยียนกล่าวถามขึ้น “แม่นางมู่มายังจวนเจ้าเมืองในวันนี้มีกิจอันใด?”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเฉยเมย “ประการแรกก็เพื่อให้คุณหนูเหยียนสบายใจ ประการที่สองนั้น….”
มู่เฉียนซีเงยหน้ามองเจ้าเมืองเหยียนแล้วกล่าว “เรื่องความเคลื่อนไหวของเย่เฉินและคุณหนูใหญ่ในครั้งก่อนนั้น เป็นใครกันแน่ที่ปล่อยให้ข่าวรั่วออกไป เจ้าเมืองเหยียนสืบหาแน่ชัดแล้วหรือไม่?”
เจ้าเมืองเหยียนกล่าว “มิใช่คนจวนเจ้าเมืองของข้าเป็นแน่ เกรงว่าคง