“ตกลง!”
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “พวกเราไปกันเถอะ เสี่ยวไป๋!”
แน่นอนว่าเมื่อมู่เฉียนซีที่เป็นผู้ไร้ยศไร้นามผู้หนึ่งมาถึงประตูจวนเจ้าเมือง ก็ได้ถูกกันตัวเอาไว้
มู่เฉียนซีโบกมือเรียกแล้วกล่าว “เสี่ยวไป๋ เจ้าไปจัดการ!”
กู้ไป๋อีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คุณหนูใหญ่ของข้าต้องการที่จะพบเจ้าเมืองของพวกเจ้า!”
บุรุษตรงหน้าผู้นี้สูงส่งเกินบรรยาย ทั้งตัวของเขามีความเยือกเย็นประหนึ่งนำแข็งที่แผ่ออกมา ไฉนเลยจะทำให้ผู้อื่นกล้ามาดูแคลน?
ทหารยามที่เฝ้าประตูจวนอยู่นั้นได้ถูกกลิ่นอายของเขาทำให้ตกใจกลัวเสียแล้ว เขารีบพยักหน้าพร้อมกล่าว “ขอรับ ข้าจะไปรายงานท่านเจ้าเมืองในทันใด”
ด้วยรัศมีที่มีอำนาจเช่นนี้ แม้ว่าจะเป็นถึงขั้นเจ้าเมืองก็มิอาจจะเทียบได้ คนผู้นี้มิใช่คนธรรมดาทั่วไป
มู่เฉียนซียิ้มและกล่าว “ดูเหมือนว่าการพาเจ้ามาด้วยสามารถทำให้ผู้อื่นหวาดกลัวได้ยิ่งนัก”
“ทั่วโลกทั้งสี่ทิศก็มีเพียงแต่เจ้าที่มีความกล้านี้”
เมื่อผู้น้อยมารายงาน ท่านเจ้าเมืองก็นึกว่ามีคนใหญ่คนโตมาเสียแล้ว จึงได้รีบรุดไปดั่งไฟรน และได้เห็นบุรุษผู้หนึ่งที่ใส่ชุดสาวขาวราวหิมะทั้งตัว
รัศมีนั้นช่างเหนือชั้น ถึงแม้ว่าเขาได้เจอเจ้าเมืองระดับสำนักนิกายระดับสองมาแล้ว นั่นก็ยังมิอาจเทียบเท่าได้กับเขา
ด้านข้างของเขานั้นมีหญิงสาวที่ดูน่าประทับใจผู้หนึ่งยืนอยู่
“เป็นเจ้า เด็กสาวผู้นั้นที่ช่วยชีวิตฉีเอ๋อร์เอาไว้” เจ้าเมืองกล่าวออกมา
“ข้าไม่นึกเลยว่