น้ำเสียงอันแหบแห้งยังคงก้องอยู่ในหู แต่จิ่วเยี่ยนั้นได้อันตรธานไปแล้ว
ร่างกายอ่อนเปลี้ยเพลียแรง มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “สุ่ยจิงอิ๋ง เกิดอันใดขึ้นกับจิ่วเยี่ย?”
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าว “ต้องทำลายคำสาปในคัมภีร์หมื่นคำสาปนั่น ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่สถานการณ์ของจิ่วเยี่ยไม่ค่อยจะดีนัก ทางที่ดี ต่อไปซีเอ๋อร์เจอเขาน้อยลงจะดีกว่า!”
มู่เฉียนซีตกใจสะดุ้งขึ้น “เจอให้น้อยลงอย่างนั้นเหรอ?”
เมื่อเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของนายท่าน สุ่ยจิงอิ๋งจึงกล่าวออกมาอย่างเฉียบขาดว่า “ทางที่ดีที่สุด อย่าได้เจอกันอีกตลอดไป!”
“พวกเราจะต้องหาที่ตั้งของสามเผ่านั้นให้เจอ ต้องหาวิธีให้ได้ ข้ารับปากกับเขาไว้แล้วว่าจะต้องรักษาเขาให้หาย จะไม่ให้เจอกันได้อย่างไรล่ะ?”
คล้ายกับว่าจะเคยชินกับการที่เขาปรากฏตัวออกมาอยู่ข้างกาย หากไม่เจอกันตลอดไป ก็ดูเหมือนว่าในใจได้ขาดบางสิ่งบางอย่างไป
“ทุกอย่าง ล้วนแต่ฟังซีเอ๋อร์!”
ถึงแม้ว่าจะเป็นห่วงความปลอดภัยของซีเอ๋อร์ แต่นางก็ไม่อาจขัดคำสั่งของซีเอ๋อร์ได้
อย่างน้อยในตอนนี้นางก็ยังสามารถปกป้องซีเอ๋อร์ได้
“ข้าจะพักผ่อนแล้ว!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเหนื่อยล้า
เดิมทีแค่อยากจะบอกข่าวดีกับเขา แต่กลับนึกไม่ถึงว่าได้รู้ข่าวดีนี้แล้ว นางก็ได้รู้ข่าวร้ายเช่นกัน
……
เวลาหนึ่งวันของเย่เฉิน เขาได้แต่นั่งคุกเข่าอยู่ในศาลของบรรพบุรุษ
ในตอนนี้เอง ชายชราผู้หนึ่งได้เดินเข้ามา และกล่าวว่า “ตระกู